
จากสถานการณ์การสู้รบ ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ที่เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา และอิหร่านได้ตอบโต้กลับอย่างหนัก อีกทั้งยังโจมตีเป้าหมายไปยังประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่ง จนเกิดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่คาดว่าจะยืดเยื้อ และส่งผลกระทบอย่างหนัก
โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน ที่อิหร่านประกาศ ปิดช่องแคบฮอร์มุซ และขู่จะโจมตีเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าว โดยมีเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนหนึ่งถูกโจมตีไปบ้างแล้ว ส่งผลให้บริษัทประกันภัยทางทะเลหลายแห่งได้แจ้งแก่ลูกค้าว่า ขอยุติการคุ้มครองความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับสงครามในน่านน้ำใกล้เคียง ทำให้ตอนนี้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกมีความผันผวนอย่างรุนแรง
ล่าสุดวันที่ 4 มี.ค. 69 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความลงบน Truth Social ระบุว่า “มีผลทันที ผมได้สั่งการให้บรรษัทการเงิน เพื่อการพัฒนาแห่งสหรัฐอเมริกา (DFC) จัดหาประกันความเสี่ยงทางการเมือง และการรับประกันความมั่นคงทางการเงินสำหรับการค้าทางทะเลทั้งหมดในราคาที่สมเหตุสมผล หากจำเป็น กองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็วที่สุด”
ก่อนที่จะโพสต์ข้อความอีกว่า “นับตั้งแต่เริ่ม ปฏิบัติการเอพิกฟิวรี (Operation Epic Fury) มีชาวอเมริกันมากกว่า 9,000 คน เดินทางกลับจากตะวันออกกลางถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว”
“หากคุณเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ที่อยู่ในตะวันออกกลาง และต้องการเดินทางกลับบ้าน โปรดลงทะเบียนกับกระทรวงการต่างประเทศได้ที่ Step.State.Gov”
“ทางกระทรวงฯ จะระบุตำแหน่งที่คุณอยู่ และจัดหาทางเลือกในการเดินทางให้แก่คุณ ขณะนี้เรากำลังจัดเที่ยวบินเหมาลำโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และกำลังจองเที่ยวบินพาณิชย์ ซึ่งเราคาดว่าจะมีให้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป”
“พลเมืองสหรัฐฯ ยังสามารถโทรติดต่อฝ่ายปฏิบัติการเฉพาะกิจของกระทรวงการต่างประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่หมายเลข +1-202-501-4444 Step.State.Gov”
Advertisement