
สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะคลังสมองของชาติด้านนิติบัญญัติ ภายใต้กำกับของประธานรัฐสภา มุ่งส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลบนพื้นฐานสันติวิธี ขอแสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ความตึงเครียดล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่านสถาบันพระปกเกล้า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกฝ่าย ความสูญเสียของพลเรือนผู้บริสุทธิ์เป็นเครื่องเตือนใจถึงต้นทุนทางมนุษย์ของความขัดแย้ง ซึ่งไม่อาจประเมินค่าได้
สถาบันพระปกเกล้าขอเน้นย้ำหลักการสำคัญตามกฎบัตรสหประชาชาติ โดยเฉพาะข้อ 2(3) และ 2(4) ซึ่งกำหนดให้รัฐสมาชิกระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศด้วยสันติวิธี และงดเว้นจากการใช้กำลัง หลักการดังกล่าวเป็นรากฐานของระเบียบโลกและระบบกติกาพหุภาคี
ในฐานะสถาบันที่ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย ธรรมาภิบาลและสันติวิธี สถาบันพระปกเกล้าเห็นว่าความมั่นคงที่ยั่งยืนมิอาจเกิดจากการยกระดับความรุนแรง หากแต่ต้องอาศัยการเจรจา และการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ ทั้งผ่านกลไกฝ่ายบริหารและการทูตเชิงรัฐสภา สมาชิกรัฐสภามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความรับผิดชอบ กำกับดูแลการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการกำกับการดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ รวมถึงสนับสนุนการเจรจาอย่างต่อเนื่องในยามวิกฤต
ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ผ่านกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาและความร่วมมือระหว่างรัฐสภากับประเทศคู่เจรจาสำคัญ รวมทั้งการมีส่วนร่วมในเวทีสหภาพรัฐสภา (IPU) และเวทีรัฐสภาระหว่างประเทศอื่น ๆ กลไกเหล่านี้สามารถเป็นช่องทางสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจ และธำรงรักษาความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ท่ามกลางบริบทความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
สถาบันพระปกเกล้า โดยสำนักงานสันติวิธีและธรรมาภิบาล พร้อมสนับสนุนฝ่ายนิติบัญญัติและภาคนโยบายของประเทศไทยด้วยองค์ความรู้เชิงหลักการ การวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ และข้อเสนอเชิงประจักษ์ ในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันที่ความไม่มั่นคงในภูมิภาคหนึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก สถาบันพระปกเกล้า เชื่อว่าบทบาทของประเทศไทยจำเป็นต้องตั้งอยู่บนหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ความรับผิดชอบในเวทีพหุภาคี และ สันติภาพที่ตั้งอยู่บนความยุติธรรมและความร่วมมือ คือรากฐานที่มั่นคงที่สุดของเสถียรภาพระหว่างประเทศ
Advertisement