
วันที่ 16 ก.พ. 2569 นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ นำเอกสาร หลักฐานภาพข่าวการแถลงข่าวของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. และหนังสือร้องเรียนมายื่นให้กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบบัตรเลือกตั้งว่าเป็นความลับหรือไม่ หาก ไม่เป็นความลับตามกฏหมายขอให้ดำเนินคดีในข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ หรือ ม.157
นายรัชพล บอกว่า ตนในฐานะประชาชน ที่ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และติดตามการแถลงข่าวของ กกต. ว่าบัตรเลือกตั้ง ที่ประชาชนนั้นกากบาทไป มีตั้นขั้ว สามารถลิ้งค์กันได้ และสามารถเข้าถึงข้อมูลบุคคล ว่าบุคคลนั้นเลือกใคร ตนมองว่ามันจะเป็นความลับได้ยังไง เพราะการเลือกตั้งควรจะเป็นความลับคนที่เลือกควรจะรู้คนเดียวว่าเลือกพรรคไหน
และการที่ตนมาร้องที่ ป.ป.ช. เพื่อเป็นสารตั้งต้นให้มีการตรวจสอบและดำเนินคดี เพราะที่ผ่านมามีแต่คนบอกว่า กกต.ติดคุกแน่ แต่ยังไม่มีใครมาร้องให้ตรวจสอบ เพราะการดำเนินคดีกับกกต. สามารถไปร้องศาลโดยตรง หรือหากไปแจ้งความสุดท้ายก็ต้องมาอยู่ที่ ป.ป.ช. อยู่ดี ตนจึงขอมายื่นตรงเพื่อให้มีการตรวจสอบว่าใครเป็นคนต้นคิด ให้ใช้ QR Code แม้จะบอกว่า เพื่อป้องกันการทุจริต แต่คุณก็บอกว่าต้นขั้วกับใบเลือกตั้งมีการจัดเก็บคนละที่ หากพบการทุจริตจริงคุณจะตรวจสอบเจอได้อย่างไร และหากตรวจสอบเจอเมื่อคุณไปสแกน QR Code คุณก็เข้าถึงข้อมูลบุคคลบุคคลนั้นอยู่ดี ไม่ว่ากกต. จะแถลงข่าวอย่างไรก็มีมีความผิดทำขึ้นและล่อง
ผมอยากขอให้กกต. ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนตรงไปตรงมาถึงระบบ QR Code ว่ามันมีประโยชน์อย่างไร ส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นช่องโหว่ให้ผู้ที่ซื้อสิทธิ์ขายเสียงสามารถไปตรวจสอบบุคคลที่ซื้อสิทธิ์ไปว่ามีการลงคะแนนให้ตามที่ตกลงหรือไม่มากกว่า
และการที่ นายแสวง บุญมี ลบโพสต์ไปนั้น อยากจะถามว่าลบทำไมถ้าคุณยืนหยัดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งนั้นก็ถือว่าเป็นหลักฐาน และอยากจะบอกถึงนายแสวงว่าให้กล้ายอมรับความจริงกล้าออกมาชี้แจงว่าสิ่งที่คุณทำนั้นเป็นความลับอย่างไร
นายรัชพล ยังบอกอีกว่า ส่วนตัวอยากให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะ เพราะถ้ามันสามารถเข้าถึงข้อมูลบุคคลได้ การเลือกตั้งมันคงไม่เป็นความลับอีกต่อไป
Advertisement