
วันที่ 8 ก.พ. 69 บรรยากาศการเลือกตั้ง สส. และลงเสียงประชามติที่ จ.เชียงใหม่เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักศึกษามารอใช้สิทธิ์กันตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะที่บริเวณหน่วยเลือกตั้ง ที่ศาลาอ่างแก้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งนักศึกษาบางคนได้ใช้สิทธิ์เป็นครั้งแรก บางหน่วยต้องมาเข้าคิวรอ โดย ผอ.กกต.เชียงใหม่ เดินทางมาตรวจสอบความเรียบร้อยแต่เช้า
นักศึกษา บุคลากรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ที่มีทะเบียนบ้านอยู่แขวงศรีวิชัย ต่างพากันเดินทางมาเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ที่บริเวณศาลาอ่างแก้ว ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือว่ามีหน่วยเลือกตั้งอยู่ในพื้นที่นี้ถึง 4 หน่วยเลือกตั้ง คือหน่วยเลือกตั้งที่ 49 ถึงหน่วยเลือกตั้งที่ 52 เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองจ จ.เชียงใหม่ และมีประชาชนที่จะมาใช้สิทธิ์ทั้งหมด 1,769 คน ซึ่งตั้งแต่ยังไม่เปิดหีบเลือกตั้ง
เช่นนาย นันทิพัฒน์ เอี่ยมเจริญ อายุ 21 ปี นักศึกษาปี 3 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกว่า การเดินทางมาใช้สิทธิ์ครั้งนี้เป็นครั้งที่3 แล้ว โดยตั้งใจมาใช้สิทธิ์แต่เช้า เพราะต้องการเลือกคนดีไปบริหารประเทศ และคาดหวังให้ไปแก้ปัญหาฝุ่นPM2.5 แต่ก่อนที่จะใช้สิทธิ์พบปัญหาเกิดขึ้นเล็กน้อย
โดยเมื่อเข้าไปตรวจสอบรายชื่อหน้าหน่วยเลือกตั้งเพื่อจะใช้สิทธิ์เลือกตั้งกลับพบปัญหาว่าหมายเลขหน่วยเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิ์นั้น ไม่ตรงกับเอกสารแจ้งผู้มีสิทธิ์ที่ส่งไปยังบ้านตามทะเบียนบ้านทำให้ต้องมาตรวจสอบที่หน้าหน่วยเพื่อความชัดเจนอีกครั้งจึงขอฝากเตือนประชาชนให้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย
นักศึกษาบางรายนั้นได้มีการใช้สิทธิ์เป็นครั้งแรก หรือนิวโหวตเตอร์ ซึ่งที่เชียงใหม่มีกลุ่มนิวโหวตเตอร์เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 กว่า 2 หมื่นคน ซึ่งจะเป็นตัวแปรส่วนหนึ่งของการเลือกตั้งครั้งนี้
สำหรับ จ.เชียงใหม่ มีเขตเลือกตั้ง 10 เขตจาก 25 อำเภอมีหน่วยเลือกตั้ง 2,789 หน่วยมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1.3 ล้านคน ซึ่งจุดที่มีผู้มีสิทธิ์ และหน่วยเลือกตั้งมากที่สุดอยู่ในเขตเลือกตั้งที่2 และเขต3 บริเวณโรงยิม ต.หนองผึ้ง อ.สารภี และโรงเรียนบ้านหนองโค้ง ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จุดละ 6 หน่วยเลือกตั้งรวมผู้มีสิทธิ์จุดละกว่า 3,500 คน ส่วนหน่วยเลือกตั้งที่มีผู้มีสิทธิน้อยที่สุด อยู่ที่ศาลาวัดม่อนหินไหล ต.แม่ปั๋ง อ.พร้าว มีเพียง 36 คนเท่านั้น
นายนพดล สุยะ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า มีหน่วยเลือกตั้ง 205 หน่วยที่การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบากพื้นที่ อ.อมก๋อย ต้องใช้เวลาในการขนส่งหีบบัตรนาน 6 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ อ.ดอยเต่าที่ต้องมีการขนหีบบัตร โดยบรรทุกข้ามเรือในทะเลสาบดอยเต่า
ซึ่งเชียงใหม่ตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิ์มากกว่าร้อยละ83 เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งในปี 2566 ที่มีผู้มาใช้สิทธิ์ร้อยละ 82 และลดจำนวนบัตรเสียให้เหลือเพียงร้อยละ 3 จากเดิมที่เคยมีบัตรเสียถึงร้อยละ 4
Advertisement