
วันที่ 3 ก.พ. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้ง ล่วงหน้าของกกต.ที่มีข้อผิดพลาดหลายอย่าง ซึ่งประชาชนกังวลว่าจะส่งผลต่อคะแนน มองการทำงานของกกต. อย่างไรเพื่อที่จะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ว่า ประเด็นนี้เป็นข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นจริง กกต. ควรต้องทบทวนการทำงานของตัวเอง อย่างแรกความผิดพลาดที่เกิดขึ้น คือการปิดป้ายเบอร์ผู้สมัคร ซึ่งเกิดขึ้นกับหลายพรรคการเมือง รวมถึงพรรคเพื่อไทยด้วย เราได้มีการดำเนินการ ตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว เพื่อให้มีการแก้ไขอย่างถูกต้อง
และเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง สถานการณ์แต่ละพื้นที่ ค่อนข้างรุนแรง พรรคเพื่อไทยยืนยันในเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเราไม่ดำเนินการ เราเรียกร้องให้ทุกฝ่าย เดินหน้าการเมืองที่เป็นการเมืองแบบบริสุทธิ์ยุติธรรม วันนี้กกต. ต้องเทคแอ็คชั่น ต้องปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบ ตรวจจับการประพฤติผิดมิชอบ ให้เข้มงวดกว่าที่เป็นอยู่ วันนี้สังคมรอฟังหลายเรื่อง เช่นเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งว่ามีการเบิกเงินสด เป็นแบงค์ย่อย200 ถึง 300 ล้านบาท ตนก็ขอเรียกร้องไปอย่างกกต. ให้มีความชัดเจนในเรื่องนี้
เมื่อถามว่ามองว่าเป็นความบกพร่องโดยสุจริต หรือมีนัยยะอะไรหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราคงไม่ไปกล่าวโทษว่า สุจริตหรือไม่สุจริต เพียงแต่เป็นหน้าที่รับผิดชอบของกกต. ที่ต้องดำเนินการให้ครบถ้วน
เมื่อว่าถามว่าพรรคเพื่อไทย อาจจะได้รับผลกระทบไม่มาก เหมือนกับบางพรรคการเมืองที่ได้รับผลกระทบมาก นายจุลพันธ์ สวนกลับทันทีว่า ตนไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตเมื่อสักครู่ ทุกพรรคการเมืองได้รับผลกระทบหมดในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคที่เบอร์หาย เพราะนี่คือความบริสุทธิ์ ยุติธรรมของการเลือกตั้ง และพรรคเพื่อไทยเอง ก็มีพื้นที่ ที่บัตรและใบ ปิดเบอร์ผู้สมัครของพรรคหายเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นสังคมไทยต่างหาก ที่เป็นผู้เสียหาย
ส่วนที่พรรคการเมืองจี้แรงให้กกต. ลาออกเพราะไม่ใช่ว่ากกต.ชุดนี้มีประสบการณ์ในการการเลือกตั้งนายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตรงนั้นท่านก็ต้องทบทวนตัวเอง และทบทวนการทำงาน แต่การลาออก ตอนนี้คงไม่ใช่จังหวะเวลาที่เหมาะสม คงต้องเดินหน้าจากการเลือกตั้งให้เสร็จสิ้นก่อน
เมื่อถามถึงความผิดของ กกต. ลักษณะนี้ เข้าข่ายความบกพร่องตามมาตรา 157 หรือไม่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากตนเป็น กกต. คิดว่า ควรตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ถึงเหตุผลข้อบกพร่องนั้นเกิดจากอะไร เป็นความบกพร่องโดยความประมาทเลินเล่อ บกพร่องแบบธรรมดา หรือ มีเจตนาต่าง ๆ และตนมีข้อสังเกต ว่า เรื่องนี้จะมีผลเป็นรูปธรรมต่อเมื่ออีกขั้นหนึ่ง ซึ่งการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งนี้ ประชาชนไปลงคะแนน และจะส่งคะแนนไปยังจังหวัดต่าง ๆ โดยการผนึกซองส่งไป ซึ่งท้ายที่สุดจะได้รู้ ว่า มีการส่งไปหรือไม่ พร้อมย้ำว่า หากเป็นตนจะให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อหาข้อเท็จจริงให้เป็นข้อยุตติ และทำให้ประชาชนเข้าใจ ว่า ท้ายที่สุดบกพร่องอย่างไร แต่ขณะนี้ กกต. รับแล้วว่ามีความบกพร่อง และจากที่ติดตามข่าวไม่ได้บกพร่องธรรมดา ซึ่งมองว่า เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นสำหรับมืออาชีพ
เมื่อถามว่า หากมีการนำไปร้องเรียนจะมีผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่าเรื่องนี้สุดแล้วแต่ดุลยพินิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมามีบริบทที่ไม่เหมือนกัน มีการนำหลายเรื่องมารวมกัน และนำเรื่องราวข้อผิดพลาดๆไปร้องเรียน ซึ่งท้ายที่สุดก็มีการวินิจฉัย ว่า มีความไม่สุจริต และเลือกตั้งเป็นโมฆะ ย้ำว่าขณะนั้นมีหลายเรื่อง และเป็นบริบททางการเมือง ที่แสดงให้เห็นว่าต้องล้มการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งครั้งนี้บริบทไม่เหมือนกัน
Advertisement