
(24 ม.ค. 2569) ที่สนามกีฬากลางจังหวัดยโสธร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และคณะ ลงพื้นที่ปราศรัย ช่วย นายวีระศักดิ์ โคตรสมบัติ ผู้สมัครสส. จังหวัดยโสธร เขต 1 เบอร์ 4 นายบุญแก้ว สมวงศ์ ผู้สมัคร สส. จังหวัดยโสธร เขต 2 เบอร์ 1 และนายพิเชษฐ์ กุมารสิทธิ์ ผู้สมัครสส. จังหวัดยโสธร เขต 3 เบอร์ 1 หาเสียง
โดยทันทีที่ นายยศชนัน เดินทางมาถึง ได้มีประชาชนนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมาคล้องที่คอจนล้นศีรษะ และยังได้นำพวงมาลัยที่เป็นรูปสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของนายยศชนัน มามอบให้ โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ได้บอกประชาชนที่มารอฟังการปราศรัย ว่า "ชาวยโสธรช่วยกัน ส่งอ.เชนขึ้นเวทีมาเลย" จากนั้นประชาชนจึงได้ดันตัวของนายยศชนัน จากด้านล่างเวทีขึ้นมายังบนเวที
นายยศชนัน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า เหนือความคาดหมายจริงๆ ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นคนยโสธร ซึ่งตนได้คุยกับ นายณัฐวุฒิ ว่าเขาจะรับเราหรือไม่ เพราะอยู่บนเสาไฟฟ้ามา 2 เดือน ขอบอกว่าลูกหลานยโสธรของท่านจะเข้าไปเป็นนายกรัฐมนตรี ให้สีแดงทั้งแผ่นดิน
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า วันนี้จะเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เราจะรู้เกษตรกรจะกินดีอยู่ดีหรือไม่ อาหารจะแพงหรือไม่ ใครจะขึ้นราคาอาหารให้พ่อแม่เดือดร้อน วันนี้เรามีข้อมูลรวมมาอยู่ที่เดียวกัน รวมถึงการนําทุกสิ่งทุกอย่างนอกระบบเข้าสู่ระบบ นอกจากนี้จะผลักดันให้เกษตรกรของไทยเป็นเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรต้องไม่ขาดดุลโดยจะมีการประกันกําไร 30% ดูแลปัญหาน้ำล้นตลิ่ง น้ำแล้ง น้ำท่วม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะหมดไปหากเลือกพรรคเพื่อไทย รวมถึงทําให้คนทั่วโลกปักหมุดหมายมาที่ยโสธร
นายยศชนัน ยังกล่าวถึงนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ใหม่ของพรรคเพื่อไทย ให้กับเกษตรกรที่ลงทะเบียน, คนอายุเกิน 60 ปี, ผู้ที่ช่วยเหลือสังคม, ผู้ที่ยื่นแบบภาษี คนที่มีใบเสร็จ (สายช็อปปิ้ง) และทํานโยบายยิ่งกว่าพลัส 70:30 รัฐจะช่วย 70% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายหวยเกษียณก็ยังไม่ทิ้ง และดูแลสุขภาพของประชาชนด้วย 30 บาท AI ที่จะช่วยรักษาประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้ รวมถึงการดูแลผู้พิการ และแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไป สร้างอนาคตให้ลูกหลานของเรา คนไทยต้องไร้จน คืนรายได้สู่ท้องถิ่น ลดอํานาจภาครัฐคืนอํานาจสู่พี่น้องประชาชน
จากนั้น นายยศชนัน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงกรณีประกาศเอาชนะยกทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน ขณะที่คู่แข่งก็มีฐานที่ค่อนข้างจะแข็งแรง ตรงนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ ว่า เรื่องนี้ผู้สมัคร สส.ลงพื้นที่ตลอด มีการประเมินเบื้องต้นว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ พ่อแม่พี่น้องอยากได้เรื่องของนโยบายและคนที่ทำพื้นที่มาโดยตลอด ทางผู้สมัครแต่ละท่านมีความมั่นใจ และวันนี้ได้มาลงพื้นที่ก็มีคนจำนวนมากให้การต้อนรับ ฝากความหวังไว้กับเรา ก็ยังมั่นใจ.
โดยในส่วนของนโยบาย "สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน 9 ล้านบาท" จะสามารถโดนใจประชาชน และเทคะแนนให้กับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ประเด็นเป้าหมายในเรื่องนี้ ทั้งข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายทั้งหมด เพื่อสามารถดูกลไกราคาต่างๆ ได้ และเมื่อทุกคนรับใบเสร็จ และเข้าระบบ รวมถึงให้ข้อมูล ทั้งเกษตรกร, ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่อยู่เศรษฐกิจนอกระบบ จะสามารถกลับเข้าสู่ระบบได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ และเราอยากผลักดัน "รัฐบาลดิจิทัล" ซึ่งการที่เรารู้สารทุกข์สุกดิบของแต่ละคน รวมถึงของคนที่เดือดร้อน ทำให้เราสามารถคาดหมายเรื่อง GDP รวมไปถึงรายรับ รายจ่ายต่างๆ ได้ และสามารถออกนโยบายการช่วยเหลือต่างๆ จากภาครัฐให้ดีที่สุด และมีประสิทธิภาพ
สำหรับเรื่องงบประมาณมีการดูแล้วว่า หากมีการนำเศรษฐกิจที่อยู่นอกระบบ การให้คนไทยที่จะได้เงิน 9 ล้านบาท ก็สามารถที่จะดูแลตรงนี้ได้ ซึ่งจะมีการส่งเรื่องนี้ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ต่อไป
เมื่อถามว่า หากไม่สามารถดำเนินการเก็บภาษีเข้าสู่ระบบได้ จะนำเงินในส่วนใดมาดำเนินการ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เรามีความมั่นใจ มีการประเมิน และทำการศึกษามาแล้วระยะหนึ่ง ก่อนที่จะมีการปล่อยนโยบายดังกล่าวออกมา
เมื่อถามย้ำว่า มีการบอกว่า จะเป็นนโยบายขาย ฝัน เหมือนโครงการ "ดิจิทัลวอลเล็ต" ที่ไม่สามารถทำได้สำเร็จนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องสื่อสารว่า เป็นการทำรัฐบาลดิจิทัลทั้งระบบ แต่หากเราไม่มีข้อมูล การซื้อขายต่างๆ จะไม่สามารถทำได้ ดังนั้นสิ่งที่พยายามจะทำตรงนี้ คือ การนำข้อมูลของทุกคนไม่ว่า จะเป็นรายรับและรายจ่ายของพี่น้องเกษตรกร ที่ได้รับความเดือดร้อน และการค้าขายในพื้นที่ใด ที่มีการขายราคาที่แพงเกินกว่ากำหนด หรือพื้นที่ใดมีการค้าขายที่คึกคัก เราก็จะสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะมีงบประมาณหมุนเวียนจากนอกระบบ เข้าสู่ในระบบ แล้วจะทำให้เราสามารถดูแลตรงนี้ได้ พร้อมย้ำว่า นโยบายดังกล่าวมีการคำนวณแล้วว่า สามารถดำเนินการได้
ส่วนจะดำเนินการกี่รอบนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า ก็จะทำเรื่อยๆ ทุกปี ซึ่งเราจะดูระบบตามฐานภาษีอยู่แล้ว
ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จาก นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรีว่า โครงการดังกล่าว เป็นการใช้เงินภาษี โดยเปล่าประโยชน์ และไม่ตรงเป้าเรื่องเศรษฐกิจ นายยศชนัน กล่าวว่าต้องกลับมาที่เรื่องการรวมศูนย์ข้อมูล เพราะการจะทำรัฐบาลดิจิทัล ทั้งระบบ ทุกประเทศมีแนวอย่างนี้อยู่แล้ว เกี่ยวกับเรื่องใบเสร็จ เรื่องที่คนเข้ามาสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับธุรกิจขนาดเล็กก็จะมี E-Recipe ที่สามารถทำได้ และถ้าวันนี้เรารู้ค่าใช้จ่ายของทุกคน และรู้ว่า การค้าแต่ละที่เป็นอย่างไร เราสามารถช่วยเหลือประเทศได้มาก อยากให้มองว่า เป็นการรวมข้อมูลเรื่องรัฐบาลดิจิทัล
เมื่อถามว่า มีการมองว่า นโยบายกล่องสุ่มแบบนี้ ไม่น่าจะปรับโครงสร้างความยากจนได้ แต่ชีวิตแต่จะเปลี่ยนชีวิตของคนบางคนมากกว่า นายยศชนันกล่าวว่า เรามีนโยบายออกมาทุกรูปแบบ และตนพยายามจะสื่อสาร เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสุขภาพ (Wellness) เรื่องการทำให้ประเทศเป็นประเทศที่มีรายได้สูง และเรื่องการบริหารจัดการน้ำ และเรื่องสุดท้ายคือ รัฐบาลดิจิทัล เราเคยเปิดเรื่องคนไทยไร้จน การจะเป็นประเทศที่ก้าวไปข้างหน้าได้ จำเป็นต้องช่วยเหลือคนทุกกลุ่ม
เมื่อถามว่า เรื่องนี้มีการดูข้อกฎหมาย และจะไม่ติดล็อคเหมือนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ไม่ติด เพราะได้ดูวิธี และแนวทางเรียบร้อยแล้ว
ส่วนพรรคเพื่อไทยออกนโยบายออกมาก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ตลอด นายยศชนัน กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของทุกท่าน ก็น้อมรับ แต่เราศึกษามาเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้พยายามพูดคุยกับประชาชนว่า วันนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเงินอย่างเดียว แต่ต้องหาเงินเข้าประเทศด้วย นี่คือ หนึ่งกลไกหนึ่งหมุดหมาย อีกเรื่องคือ การที่วันนี้ เราดูข้อมูลทั้งสาธารณสุข เรื่อง 30 บาท Ai เรารู้ข้อมูลค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็จะสามารถดูได้ว่า ประเทศวันนี้ควรจะเดินหน้าไปในทิศทางไหน การส่งมอบนโยบายจะได้ตรงจุดมากขึ้น เรามองว่า เป็นการทำทั้งระบบ และสามารถที่จะทำได้
เมื่อถามว่า จะค้านกับภาพลักษณ์ของตัว นายยศชนัน ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่วันนี้หวังให้คนพึ่งหรือ อาศัยเรื่องดวง นายยศชนัน กล่าวว่า ตนจึงเรียนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกันกับการรวมข้อมูลของรัฐบาลดิจิทัล ถ้าเราเข้าใจ คนไทยกว่า 60 ล้านคน ความจริงแล้วเราสามารถดูแลคนไทย ได้ทั้งหมดถ้าสมมุติว่า วันนี้เราสามารถรู้ว่า เขามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ รัฐบาลมีข้อมูลเกี่ยวกับการเกษตร ข้อมูลความต้องการเกี่ยวกับภาครัฐ เราสามารถที่จะดูแล จุดต่าง ๆ อย่างทั่วถึง และไม่เหลื่อมล้ำ ซึ่งตรงนี้เป็นหมุดหมายหลัก ส่วนการออกนโยบายนี้ออกมา เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มกลไกนี้ เพื่อดึงดูดให้คนเข้าสู่ระบบฐานภาษี
ส่วนมั่นใจใช่หรือไม่ว่าจะได้คะแนนเสียง นายยศชนัน กล่าวว่า มั่นใจ เราพร้อมสื่อสาร และเราสื่อสารอย่างเป็นระบบ เราสื่อสารเสมอ เกี่ยวกับการใช้วิทยาศาสตร์ข้อมูล และหลายประเทศ มีธุรกิจต่างๆ เข้าฐานภาษี มากกว่าเราเยอะ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่เราพยายามอยากจะผลักดัน ขอให้มองเรื่องฐานข้อมูลเป็นหลัก การเข้ามาของ Ai จะไม่มีประโยชน์เลย ถ้าเรายังไม่รู้จักคนไทย เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่คนไทยกรอกข้อมูลเอง และเป็นครั้งแรกที่ข้อมูลทุกอย่างเชื่อมกัน ขอให้คนมีหวัง ย้ำว่าเรื่องนี้พรรคเพื่อไทยศึกษามาอย่างรอบคอบแล้ว
เมื่อถามว่า หากเรื่องภาษีมีปัญหาทำไมถึงไม่ไปแก้ที่ต้นเหตุ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เราแก้ทั้งระบบ และเราสื่อสารตลอดว่า เป็นการยกเครื่องประเทศไทย ทุกสิ่งทุกอย่างครั้งนี้ไม่สามารถทำเป็นเรื่องเดียวได้ ต้องแก้ทุกอย่างทั้งระบบ ส่วนแก้แต่ละจุดเราก็แก้ และอันนี้เป็นการสื่อสารหนึ่งนโยบาย อยากให้ทุกคน มองไปที่นโยบายตั้งแต่วันแรกที่เราออกมา และตรงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่เราอยากเติมเต็มข้อมูลว่า ปัจจุบันค่าใช้จ่าย และการใช้จ่ายเป็นอย่างไร
Advertisement