
วันที่ 23 ม.ค. 69 ที่จ.อุทัยธานี นาย ชาดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทยลงพื้นที่หาเสียง พร้อมกับ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เพื่อพบปะพูดคุย นำเสนอนโยบายกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อ.บ้านไร่ โดยมีจุดปราศรัยสำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณวัดหูช้าง ต.หูช้าง และศาลาบ้านใหม่โพธิ์งาม ต.หนองจอก อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี
การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชน พร้อมเชิญชวนให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่ทราบข่าว และให้ความสนใจเดินทางมาร่วมรับฟังนโยบายเป็นจำนวนมาก
โดยทันทีที่มาถึง น.ส.ซาบีดา ได้ไหว้ขอคะแนนประชาชน พร้อมพูดติดตลกว่า “เหมือนพ่อไหมจ๊ะ” ก่อนที่ชาวบ้านจะเหน็บใบปลิวรูปนายชาดาไว้ที่กระเป๋าเสื้อมุมซ้าย พร้อมระบุ “ขอเก็บไว้ที่หัวใจ”
น.ส.ซาบีดา เปิดเผยว่า พรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานเพียง 2-3 เดือนเท่านั้น แต่เราสามารถทำผลงานได้มากมาย คนละครึ่งพลัส ดีหรือไม่ และพรรคภูมิใจไทย เรามี สโลแกน พูดแล้วทำพลัส คือ พูดแล้วทำมากยิ่งกว่าเดิม
พรรคภูมิใจไทย ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะการสร้างงาน สร้างรายได้ และการแก้ไขปัญหาสังคม ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่พรรคมุ่งมั่นผลักดัน สำหรับนโยบายด้านผู้สูงวัย พรรคภูมิใจไทยมีแนวทางจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงวัยที่มีคุณภาพและมีค่าใช้จ่ายที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลแบบครบวงจร หากพรรคได้รับความไว้วางใจให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย 1 หมู่บ้าน พยาบาลอาสา เพื่อเพิ่มอัตราการจ้างงานประมาณ 100,000 อัตรา โดยพยาบาลอาสาจะทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ในชุมชน กำหนดรูปแบบการจ้างงานเป็นสัญญาระยะเวลา 4 ปี พร้อมค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท รวมไปถึงด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่จะมีการจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดในทุกอำเภอ อำเภอละ 10 ศูนย์ เพื่อรองรับการบำบัดผู้เสพอย่างทั่วถึง โดยมุ่งเน้นกระบวนการฟื้นฟู คืนคนดีสู่สังคม และลดผลกระทบจากปัญหายาเสพติดในชุมชนอย่างยั่งยืน
และอีกหนึ่งในนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยจะดำเนินการต่อเนื่อง ก็คือโครงการ คนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการคนละครึ่งเดิม โดยมุ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจชุมชนและร้านค้ารายย่อยให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน ขณะเดียวกันก็สร้างรายได้หมุนเวียนสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างทั่วถึง
ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการศึกษา ภายใต้ชื่อ การศึกษาเท่าเทียมพลัส โดยจะจัดตั้งแพลตฟอร์มการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่เสียค่าใช้อินเทอร์เน็ต พร้อมส่งเสริมแนวคิดเรียนฟรี เรียนได้จริง และจบแล้วมีงานทำ
และประเด็นด้านพื้นที่ชายแดน พรรคภูมิใจไทยได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนในหลายพื้นที่ เกี่ยวกับผลกระทบจากการตั้งด่าน และปัญหาความมั่นคง จึงมีนโยบายมุ่งเน้นการสร้างแนวป้องกัน เช่น การติดตั้งรั้วตาข่าย เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย การลักลอบค้ายาเสพติด รวมถึงการลักลอบนำเข้าแรงงานผิดกฎหมาย ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่า แนวทางการดำเนินนโยบายด้านชายแดนจะครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ เพื่อสร้างความปลอดภัย และความมั่นคงให้กับประชาชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว
Advertisement