
วันที่ 20 ม.ค. 69 นาย คชาภา ตันเจริญ หรือ มดดำ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ดร.รวีภัทร์ จิรศักดิ์วัฒนา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย น.ส.ชนก จันทาทอง ผู้สมัครสส.หนองคาย เขต 2 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงช่วย น.ส.มลฤดี จันทร์แดง ผู้สมัคร สส.บึงกาฬ เขต2 พรรคเพื่อไทย
โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องประชาชนมารับฟังการปราศรัยของนายคชาภา และผู้สมัคร สส. เป็นจำนวนมาก พร้อมกับขอถ่ายเซลฟี่ มอบพวงมาลัยดอกดาวเรืองจนล้นคอ
นายคชาภา ปราศรัยขอคะแนนเสียงให้กับ น.ส.มลฤดีได้เข้าไปทำงานในสภาฯ แก้ไขปัญหา ควบคู่ไปกับการพัฒนาพื้นที่ให้กับพี่น้องประชาชนกินดีอยู่ดี พร้อมกับชูนโยบายที่สอดคล้องกับคนในพื้นที่ ทั้งการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ไม่ใช่ทางผ่านอีกต่อไป และทำให้พี่น้องประชาชนมีอาชีพจากการท่องเที่ยว โดยลูกหลานไม่ต้องเข้าไปหางานทำในเมืองใหญ่
ขณะเดียวกันมีนโยบายในการช่วยเหลือเกษตรกร ราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดบึงกาฬ โดยมีการนำเข้ามาปลูกในช่วงที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี สร้างรายได้ให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้มีนโยบายยกเครื่อง 30 บาทรักษาทุกที่ด้วย AI ซึ่งเป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยต่อยอดจากอดีตจนประสบความสำเร็จ รวมถึงนโยบาย 70:30 รัฐออกให้ 70 %ประชาชนจ่าย 30% เป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของทุกครอบครัว ,ประกันกำไรพืชผลการเกษตรให้ 30% ,นโยบายหวยเกษียณ ที่ได้ผลักดันไปก่อนหน้านี้แล้ว
“พรรคเพื่อไทยยังมีนโยบายด้านการศึกษาที่จะต้องดีขึ้น จึงขอโอกาสให้ผู้สมัครของพรรค นางสาวมลฤดี ได้เข้าไปทำงานผลักดันนโยบาย เพราะเขาอยากเห็นลูก หลาน ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มีอนาคตที่ดี และแม้ นางสาวมลฤดี เคยเป็นอดีตนักมวยหญิงของไทย เป็นพยาบาล การเข้ามาสู่สนามการเมืองไม่มีแบล็คหนุนหลัง แต่ตอนนี้แบล็คของนางสาวมลฤดีคือการได้รับใช้ประชาชน” นายคชาภา กล่าว
จากนั้นนายคชาภา ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ปราศรัยหาเสียงช่วย น.ส.ชนก จันทาทอง ผู้สมัครสส.หนองคาย เขต 2 พรรคเพื่อไทย เข้าไปผลักดันนโยบายของพรรค
โดยชูนโยบายดูแลผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ คนไทยไร้จน เติมรายเงิน 3,000 บาทต่อเดือน ยังมีเรื่องของการพักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปีไม่เกิน 500,000 บาท พร้อมระบุว่านางสาวชนก ถือเป็นผู้ที่ทำให้งานบั้งไฟพญานาค อ.โพนพิสัย กลายเป็นบั้งไฟพญานาคโลก ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงดังกล่าวเป็นจำนวนมาก จนทำให้ โรงแรม ที่พัก ร้านอาหารเต็มไปถึงจังหวัดหนองคาย สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ อีกทั้งยังทำให้คนรู้จัก อ.โพนพิสัยด้วย
Advertisement