
วันที่ 20 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสดรามาในวงการฟุตบอล จ.สตูล ที่ถูกมองว่าเชื่อมโยงกับการเมือง ส่งผลให้แฟนบอลจำนวนมากออกมาแสดงจุดยืนปกป้อง “บังฝาด” นาย พงศพัศ ทิ้งนุ้ย ประธานสโมสรบุคคลสำคัญของสโมสรPT Satun FC พร้อมติดแฮชแท็ก #Saveบังฝาด หลังมีการหยิบยกประเด็นฟุตบอลไปกล่าวถึงบนเวทีปราศรัยย่อยของผู้สมัครสส. เขต1 พรรคกล้าธรรม
ล่าสุดในเวทีปราศรัยย่อย ที่ตลาดเทศบาลตำบลฉลุง ผู้สมัคร สส.พรรคกล้าธรรมได้ออกมาชี้แจง และกล่าวขอโทษต่อสาธารณชน ยอมรับว่าการสื่อสารก่อนหน้านี้อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน จนนำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่แฟนบอล
นายซอลีฮีน สุลต่านอิสมาแอล ผู้สมัคร สส.สตูล เขต1 พรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ชี้แจงว่า พรรคมีแนวนโยบายผลักดันจังหวัดสตูลสู่การเป็น “สปอร์ตซิตี้” หรือเมืองกีฬา เพื่อพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพเยาวชนในทุกชนิดกีฬา โดยการกล่าวถึงฟุตบอลในเวทีหาเสียงเป็นเพียงการสะท้อนภาพอดีตของฟุตบอลสตูลที่เคยยิ่งใหญ่ เช่น ฟุตบอลยามาฮ่าไทยแลนด์คัพ เพื่อปลุกความหวังให้กลับมาอีกครั้ง ไม่ได้มีเจตนาพาดพิง หรือวิจารณ์การบริหารทีมฟุตบอลในปัจจุบัน
นายซอลีฮีน ย้ำว่า คำพูดที่ถูกตีความว่าเกี่ยวข้องกับ “ผู้บริหาร” ไม่ได้หมายถึงผู้บริหารสโมสรฟุตบอล หรือ บังฝาด แต่หมายถึงโครงสร้างการสนับสนุนในระดับนโยบาย และผู้มีอำนาจในภาพรวม พร้อมยอมรับว่าตนไม่มีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลงานแชมป์ฟุตบอลของสตูลในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากเคยไปทำงานต่างประเทศ ทำให้การสื่อสารบางช่วงไม่ชัดเจน และขออภัยต่อแฟนบอล และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
ผู้สมัครสส. พรรคกล้าธรรม ยังกล่าวถึงความตั้งใจผลักดันนโยบายด้านกีฬาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการสนับสนุนเยาวชนในกีฬาหลากหลายประเภท เช่น ตะกร้อที่มีเด็กและเยาวชนในพื้นที่คว้าแชมป์มาแล้วหลายรายการ แต่ยังขาดการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ซึ่งมองว่าหากรัฐและผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่ให้ความสำคัญอาจทำให้เยาวชนหลุดออกจากเส้นทางที่ดีได้
ต่อมานายซอลีฮีน ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแท็ก #Saveบังฝาด ส่งสารถึงบังฝาดโดยตรง ระบุว่า ชื่นชมและเห็นถึงความเสียสละของบังฝาดที่ทำทีมฟุตบอล เพื่อจังหวัดสตูลมากว่า 10 ปี ทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์ ยืนยันว่าไม่เคยมีเจตนาดึงฟุตบอลเข้าสู่เกมการเมือง หรือด้อยค่าทีมบริหาร โค้ช นักกีฬา และแฟนบอล พร้อมกล่าวขอโทษจากใจหากถ้อยคำที่สื่อสารไปทำให้เกิดความไม่สบายใจ และหวังให้บังฝาดยังคงอยู่เคียงข้างทีม และเยาวชนสตูลต่อไป
ขณะที่แฟนบอลจำนวนมากยังคงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแยก “กีฬาออกจากการเมือง”และร่วมกันปกป้องฟุตบอลสตูล ในฐานะพื้นที่ความหวังของเยาวชนและชุมชน
Advertisement