
วันที่ 29 พ.ย. 68 พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เดินทางมาให้กำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา ที่กำลังปรุงอาหารอยู่ในโรงครัวพระราชทาน บน เรือหลวงจักรีนฤเบศร เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในช่วงเช้าวันนี้ โดยเมนูเช้านี้เป็นไก่บดผัดมะเขือยาว และปีกไก่ชุบแป้งทอด
จากนั้น พล.ร.อ.ไพโรจน์ ให้สัมภาษณ์ว่า เท่าที่ตนมาตรวจดู คุณภาพของอาหารที่แจกให้ผู้ประสบภัยถือว่าดีมาก และมีปริมาณที่เหมาะสม 1 กล่อง สามารถกินได้อิ่ม 1 มื้อ ถึงแม้ว่าตอนนี้รัฐบาลจะมีการประกาศปรับเป็นโหมดฟื้นฟูแล้วก็ตาม แต่ทางกองทัพเรือก็ยืนยันว่าจะใช้ เรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งเป็นโรงครัวพระราชทาน เพราะโหมดฟื้นฟูในช่วงแรกผู้ประสบภัยไม่สามารถใช้น้ำหรือไฟฟ้าได้ จำเป็นต้องมีคนทำอาหารแล้วนำไปแจก
นอกจากนี้ตนยังได้สั่งการให้สับเปลี่ยนกำลัง โดยให้ชุดช่วยเหลือออกจากพื้นที่แล้ว นำชุดฟื้นฟูเข้าไป บูรณาการทำงานร่วมกับรัฐบาลในการฟื้นฟูช่วยเหลือประชาชน
สำหรับอุปสรรคในตอนนี้ คือเรื่องคลื่นใต้น้ำที่ถือว่ามีความรุนแรงอย่างมาก เนื่องจากเกิดพายุที่ปลายแหลมญวน ประเทศเวียดนาม จึงทำให้การลงจอดของเฮลิคอปเตอร์ค่อนข้างลำบาก เพราะคลื่นใต้น้ำทำให้เรือเอียงถึง 18 องศา ซึ่งมากกว่าปกติถึง 3 เท่า แต่ด้วยความที่นักบินมีความชำนาญการในการลงจอด ทำให้ทุกอย่างสามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดีซึ่งตนก็ได้กำชับและเรื่องของความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
ขณะที่ทาง ด้านจ่าเอก รณยศ แผลงศร เจ้าหน้าที่สหโภค ในฐานะพ่อครัวอาหารพระราชทาน เรือหลวงจักรีนฤเบศร เปิดเผยว่า ภารกิจหลักของตนในครั้งนี้ คือรับบทบาทเป็นพ่อครัวคอยปรุงอาหารพระราชทาน เพื่อให้เฮลิคอปเตอร์นำไปแจกให้ผู้ประสบภัย วันละ 3,000 กล่อง โดยแต่ละมื้อจะใช้เนื้อไก่เป็นวัตถุดิบหลัก มื้อละประมาณ 130 - 140 กิโลกรัม และมีผักเพิ่มเติม เพื่มความครบถ้วนของสารอาหาร
ถึงแม้ว่าหน้าที่นี้จะรู้สึกเหนื่อย แต่ตนก็ภูมิใจที่ได้รับหน้าที่นี้ เพราะรู้สึกเป็นเกียรติที่มีส่วนได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ถึงแม้ว่าบางวันตนจะต้องพักผ่อนน้อยก็ยินดี ซึ่งขึ้นอยู่กับความยากความง่ายของเมนูในแต่ละวัน โดยครั้งที่ตนนอนน้อยที่สุดก็เพียงแค่ 5 ชั่วโมงเท่านั้น
สุดท้ายนี้ ตนฝากความห่วงใยไปถึงผู้ประสบภัย ขอให้ทุกคนได้รับประทานอาหารพระราชทานจากฝีมือของตนให้อร่อย ตนสัญญาว่าจะปรุงอาหารออกมาอย่างสุดฝีมือ เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัยได้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี
Advertisement