
พิธีการและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง "หนุ่ม กรรชัย" เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. ตามคำเชิญของตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อเข้าให้ข้อมูลในฐานะผู้บริจาคเงินให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี ของ "บุ๋ม ปนัดดา" ยันไม่เสียดายเงินบริจาค 1 ล้าน มองกลับมายืนจุดเดิมยาก
“หนุ่ม กรรชัย” เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาตามคำเชิญของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำหลักฐานสลิปการโอนเงินจำนวน 1,000,000 บาท มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ โดยเงินจำนวนดังกล่าวได้บริจาคไปเมื่อช่วงเดือนกันยายน ปี 2567 เพื่อสมทบทุนฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในภาคเหนือ ซึ่งในตอนนั้นตนเลือกบริจาคส่วนตัวให้กับ 2 แห่ง คือ มูลนิธิองค์กรทำดี และมูลนิธิของ กัน จอมพลัง แห่งละ 1 ล้านบาท ด้วยความตั้งใจช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ไม่ได้คิดจะนำไปใช้ลดหย่อนภาษีแต่อย่างใด
เมื่อถามถึงความรู้สึกต่อเงินบริจาค “หนุ่ม กรรชัย” เผยว่า ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกเสียดายเงิน เพราะถือว่าเจตนาตั้งใจทำบุญไปแล้ว แต่หากผลการสอบสวนออกมาแล้วพบว่ามีการนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ไม่ได้นำไปช่วยเหลือประชาชนจริง เช่น นำไปซื้อบ้าน หรือซื้อสินค้าแบรนด์เนม ก็ต้องยอมรับว่ารู้สึกผิดหวัง และผู้ที่กระทำความผิดก็ต้องรับผลแห่งการกระทำนั้น
ส่วนประเด็นเรื่อง “ก๊อต อธิป” สามีของ "บุ๋ม ปนัดดา" ออกมารับจบเรื่องทั้งหมดนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่แปลกและมีความผิดสังเกตว่าทำไมจึงไม่ไม่ออกมาพูดให้เร็วกว่านี้ การปล่อยเวลาไว้นานจนกระทั่งเกิดเรื่องกลับยิ่งทำให้ "บุ๋ม ปนัดดา" เดือดร้อน อีกทั้งคำชี้แจงในรายการระหว่าง "ก๊อต อธิป" กับ "ช่างเอ๋" เกี่ยวกับเรื่องพูลวิลล่าที่ภูเก็ตก็ยังขัดแย้งกันอยู่ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเรื่องครอบครัวตนไม่ขอก้าวล่วง ลึก ๆ ยังคงเป็นกำลังใจให้คุณบุ๋ม และหวังว่าจะโดนหลอกตามที่พูดจริง ทั้งนี้ทุกอย่างต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
"หนุ่ม กรรชัย" เผยอย่างตรงไปตรงมาว่า เรื่องนี้คงต้องใช้เวลาพอสมควร หากสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ "บุ๋ม ปนัดดา" ระบุไว้จริง ๆ ว่าโดนหลอกลวง การจะกลับมายืนในจุดเดิมได้ในเร็ววันนั้นน่าจะเป็นเรื่องยากมาก เนื่องจากสิ่งที่เสียไปแล้วคือความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่ประชาชนเคยมีให้
"หนุ่ม กรรชัย" มองว่า แม้ผลสุดท้ายจะพิสูจน์ออกมาว่า "บุ๋ม ปนัดดา" เป็นผู้บริสุทธิ์จริง ๆ แต่คำครหาจากสังคมก็จะยังคงติดตามหลอกหลอนไปอีกระยะหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สังคมอาจจะมีคำถามและวิพากษ์วิจารณ์อยู่ตลอดเวลาว่าบริจาคเงินไปแล้วสุดท้ายกลับโดนหลอก ดังนั้น ส่วนตัวจึงเห็นว่าในระหว่างนี้ "บุ๋ม ปนัดดา" ควรจะต้องหยุดตรงนี้ด้วย
นอกจากนี้ “หนุ่ม กรรชัย” ยังได้ฝากข้อคิดถึงกรณีดังกล่าวว่า อยากแนะนำให้ทั้ง “บุ๋ม ปนัดดา” และ “ก๊อต อธิป” พูดความจริงทั้งหมด เพราะความจริงคือสิ่งเดียวที่จะปกป้องตัวเองและครอบครัวได้ หากผิดพลาดไปแล้วการยอมรับความจริงจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา พร้อมเตือนสติว่าเงินบริจาคหลายส่วนมาจากประชาชนคนหาเช้ากินค่ำ บางคนมีเงินติดตัวแค่วันละไม่กี่ร้อยบาท แต่เจียดเงินมาร่วมบริจาคเพราะความไว้ใจ จึงไม่ควรนำเงินส่วนนี้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ พร้อมสนับสนุนให้มีการตรวจสอบมูลนิธิต่าง ๆ และเสนอแนะว่าในทุก ๆ เดือน มูลนิธิควรทำบัญชีกระทบยอดรายรับ-รายจ่ายเผยแพร่ให้ประชาชนตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส เพราะการลงพื้นที่ช่วยภัยพิบัติยังยากกว่าการสรุปยอด บัญชีเข้า-ออก
สำหรับประเด็นที่คนในสังคมตั้งคำถามว่า เหตุใดดารานักแสดงและคนบันเทิงจึงเลือกบริจาคเงินผ่านทาง "บุ๋ม ปนัดดา" ด้าน "หนุ่ม กรรชัย" ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ทั้งหมดมาจาก "ความไว้ใจ" โดยตนเองไม่ได้บริจาคให้ "บุ๋ม ปนัดา" คนเดียว แต่หากเป็นคนที่สนิท ใกล้ชิด หรือลงพื้นที่ทำงานจริง ตนก็พร้อมจะบริจาคให้ทั้งหมด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ความไว้ใจดังกล่าวนั้น ไว้ใจในชื่อของ "บุ๋ม" หรือไว้ใจในฐานะที่รู้จักเป็นการส่วนตัว "หนุ่ม กรรชัย" เผยว่า ไว้ใจในตัว "บุ๋ม ปนัดดา" เอง เพราะเห็นมาตลอดว่าเจ้าตัวลงพื้นที่ทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยจริง จึงทำให้เกิดความไว้ใจ ส่วนคำถามที่ว่าวันนี้รู้สึกเลวร้ายหรือไม่กับความไว้ใจที่มอบให้ไปนั้น ตนมองว่าตอนนี้ยังไม่ได้รู้สึกเลวร้าย เพราะต้องรอให้ข้อเท็จจริงปรากฏเป็นรูปธรรมชัดเจนเสียก่อน วันนี้อาจเป็นเพียงข้อกล่าวหา หรือแม้ตำรวจจะมีหลักฐานชี้ไปที่ตัวคุณบุ๋ม แต่สุดท้ายคุณบุ๋มก็ยังคงมีสิทธิ์ที่จะชี้แจงและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองตามขั้นตอน
“หนุ่ม กรรชัย” ทิ้งท้ายว่า ตนจะยังคงบริจาคเงินช่วยเหลือสังคมต่อไป เพราะรายได้ส่วนหนึ่งมาจากการทำงาน ได้รับสนับสนุนจากประชาชน จึงต้องการคืนกลับสู่สังคม เพียงแต่หลังจากนี้อาจต้องพิจารณาบริจาคร่วมกับมูลนิธิที่เป็นการกุศลจริง หรือองค์กรภาครัฐที่มีความโปร่งใสชัดเจนมากขึ้น
Advertisement