
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา พระเอกหนุ่มชื่อดัง "ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี" ได้จับมือร่วมกับทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ลงพื้นที่ลุยน้ำท่วมเพื่อเยี่ยมเยียนและให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี หลังได้รับการประสานขอความช่วยเหลือด่วนเนื่องจากน้ำยาล้างไตของผู้ป่วยในพื้นที่ใกล้หมด และไม่สามารถเดินทางออกมารับการรักษาได้ตามปกติ
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ทีมงานได้นำ น้ำยาล้างไตทางช่องท้อง (PD) รวมจำนวน 66 ลัง เข้าไปส่งมอบให้กับผู้ป่วยโรคไตวายระยะสุดท้ายจำนวน 3 ครัวเรือน แบ่งเป็น บ้านหลังที่หนึ่งจำนวน 18 ลัง, บ้านหลังที่สองจำนวน 19 ลัง และบ้านหลังที่สามจำนวน 29 ลัง เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดูแลและทำการรักษาตัวเองได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางภาวะวิกฤต
ข้อมูลจากทีมแพทย์ระบุว่า ปัจจุบันจังหวัดปราจีนบุรีมีผู้ป่วยที่ต้องทำการล้างไตทางช่องท้องรวม 128 คน โดยอยู่ในพื้นที่ อ.บ้านสร้าง จำนวน 13 คน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์น้ำท่วมขังสูงทำให้ผู้ป่วยบางรายต้องเลื่อนนัดพบแพทย์ออกไปประมาณ 2 สัปดาห์ ในช่วงนี้ทีมแพทย์จึงต้องใช้วิธีโทรศัพท์ติดตามประเมินอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานนำส่งน้ำยาล้างไตเข้าถึงตัวบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้การรักษาขาดช่วง
สำหรับการเดินทางขนส่งน้ำยาล้างไตเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะบ้านหลังที่สาม ซึ่งมีน้ำท่วมขังสูงระดับหัวเข่าและน้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำส่งกลิ่นเหม็นเนื่องจากขังนานเกือบ 1 เดือน เจ้าหน้าที่และ “ติ๊ก เจษฎาภรณ์” ต้องนำลังน้ำยาล้างไตวางบนแผ่นโฟมแล้วใช้เชือกลากผ่านกระแสแผ่นน้ำ และเนื่องจากระดับน้ำเริ่มลดลงทำให้แผ่นโฟมลอยตัวได้ไม่สะดวก จนเกิดอุบัติเหตุเชือกดึงขาด ทำให้ “พี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์” เกือบหงายหลังตกน้ำ แต่ทีมงานก็สามารถนำส่งน้ำยาล้างไตถึงมือผู้ป่วยได้สำเร็จ
หนึ่งในผู้ป่วยที่ได้รับความช่วยเหลือเป็นหญิงพิการมานานเกือบ 2 ปี และเป็นผู้ป่วยโรคไตวายระยะสุดท้าย ซึ่งสภาพบ้านในปัจจุบันมีน้ำท่วมสูงจนเหลือบันไดเพียง 2 ขั้นก่อนจะทะลักเข้าบ้าน ทำให้ไม่สามารถเดินทางออกไปไหนได้ การได้รับสนับสนุนน้ำยาล้างไตในครั้งนี้จึงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างมาก
ด้าน “ติ๊ก เจษฎาภรณ์” เปิดเผยว่า การร่วมลงพื้นที่ครั้งนี้ตนต้องการเป็นสื่อกลางในการสะท้อนปัญหาของกลุ่มผู้ป่วยเปราะบาง ผู้สูงอายุ และเด็ก ซึ่งไม่สามารถเดินทางฝ่าน้ำท่วมไปโรงพยาบาลหรือช่วยเหลือตัวเองได้ "เหตุการณ์เชือกขาดจนเกือบตกน้ำถือเป็นเพียงอุปสรรคเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับความยากลำบากที่ชาวบ้านและผู้ป่วยต้องเผชิญอยู่ทุกวัน แม้การลงพื้นที่ของตนอาจไม่ได้เป็นส่วนสำคัญมากนัก แต่ก็หวังว่าภาพที่เกิดขึ้นจะช่วยสะท้อนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีอำนาจ เห็นถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงผู้ป่วยในพื้นที่ประสบภัย เพื่อนำไปปรับปรุงแผนรับมือภัยพิบัติในอนาคต ให้ผู้ป่วยทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึง พร้อมขอส่งกำลังใจให้ประชาชนทุกคนผ่านพ้นวิกฤตน้้ำท่วมครั้งนี้ไปให้ได้"
Advertisement