
กลายเป็นมรสุมดรามาครอบครัวที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีของ "ลุงโยธิน" หรือ นายโยธิน มาพบพันธ์ อดีตนักแสดงสมทบชื่อดังวัย 73 ปี ล่าสุดในการเปิดใจกับทีมข่าว APOP Today ทางช่องอมรินทร์ทีวี 34 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 69 ที่ผ่านมา เคลียร์ชัดถึงประเด็นดรามาทั้งหมด พร้อมเปิดเผยความรู้สึกเบื้องลึก ท่ามกลางกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์จากฝั่งลูกสาวและน้องสาว
“ลุงโยธิน” เปิดเผยด้วยความรู้สึกดีใจและเสียใจไปพร้อม ๆ กัน โดยยอมรับผิดและเสียใจเป็นอย่างมากที่ผ่านมาในอดีตไม่เคยได้เลี้ยงดูลูกสาวเลยตั้งแต่ยังเด็ก เนื่องจากปัญหาชีวิตและการตกงานจนเครดิตชีวิตพังทลายลง
แม้ยอมรับความจริงในข้อผิดพลาดดังกล่าวแต่ “ลุงโยธิน” เผยว่ารู้สึกน้อยใจที่ถูกเข้าใจผิด และยืนยันหนักแน่นว่าไม่เคยคิดโกรธหรือกล่าวร้ายลูกสาวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจตลอดมา และหากมีโอกาสก็ยังหวังลึก ๆ ว่าจะได้พบหน้าลูก ๆ สักครั้งในชีวิตหากพวกเขาต้องการ
สำหรับสาเหตุที่ต้องตัดสินใจเดินออกมาจากบ้านของน้องสาวนั้น “ลุงโยธิน” ชี้แจงว่าไม่ได้มีปัญหากระทบกระทั่งกับตัวน้องสาวโดยตรง แต่เป็นเพราะเพื่อนบ้าน ที่มักจะพูดจาดูถูกเหยียดหยาม เปรียบเปรยตนเสมือน "ถังขยะ" หรือภาระของครอบครัว
ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ประกอบกับความต้องการหาเงินประทังชีวิตด้วยลำแข้งของตนเอง เคยเอ่ยปากให้ตำรวจช่วยหาอาชีพ รปภ. ให้ทำให้ตัดสินใจเดินออกมา และยืนยันว่าจะไม่ขอกลับไปหาน้องสาวอีกเด็ดขาด และขอเลือกเดินหน้าใช้ชีวิตอยู่กับทาง “ผอ.ฟ้า” เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่หรือแม่คนหนึ่ง ซึ่งหากจะต้องเสียชีวิตลงตรงนี้ก็ยินดีและไม่กลัวความตาย
ส่วนกระแสข่าวเรื่องภาวะทางอารมณ์หรือการป่วยทางจิต “ลุงโยธิน” ได้ปฏิเสธและยืนยันว่าสติสัมปชัญญะยังปกติครบถ้วน โดยยอมรับว่าเคยไปพบแพทย์จริง แต่เป็นการรักษาอาการซึมเศร้าและความเครียดสะสมจากปัญหาครอบครัวในอดีตเท่านั้น ไม่ได้กินยาต่อเนื่องแต่อย่างใด
ทั้งนี้ “ลุงโยธิน” ได้ขอบคุณและนับถือ "ผอ.ฟ้า พรทิพา" ซึ่งเปรียบเสมือนนายจ้างผู้มีพระคุณและแม่คนที่สอง ที่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือให้ที่พักพิง อาหารการกิน และให้โอกาสได้ทำงานร่วมกัน ทำให้ตนมีความสุขมากในช่วงบั้นปลายชีวิต แม้ร่างกายและการสื่อสารอาจจะไม่คล่องแคล่วเหมือนเดิม แต่ก็พยายามฝึกฝนและปรับตัวอย่างเต็มที่
พร้อมกันนี้ “ลุงโยธิน” ยังได้กล่าวขอบคุณคนไทยทุกคน เพื่อน ๆ ในวงการบันเทิง และผู้ใจบุญทั่วประเทศที่เมตตาช่วยเหลือ พร้อมหวังว่าเรื่องราวทั้งหมดจะคลี่คลายและจบลงด้วยดี เพื่อให้ตนเองได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างสงบสุขต่อไป
Advertisement