
วันที่ 20 ต.ค. 69 ศาลแพ่งมีนบุรี นัดฟังคำพิพากษาในคดีข้อพิพาทเรื่องหุ้นบริษัท ชัยโสโร จำกัด ระหว่าง นายลิขิต สิทธิพันธุ์ หรือ “ต้า เฟ็ดเฟ่” โจทก์ ยื่นฟ้อง นายกิตติศักดิ์ เวชประสาน หรือ “ยัต ชัยโสโร” จำเลย เกี่ยวกับกรณีการโอนหุ้น 49% ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ โดยศาลมีคำพิพากษา “ยกฟ้อง”
หลังได้รับฟังคำตัดสิน “ยัต ชัยโสโร” เดินออกจากห้องพิจารณาคดีพร้อมกับภรรยา ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกสบายใจและดีใจที่กระบวนการยุติธรรมช่วยพิสูจน์ให้เห็นว่าความจริงยังคงอยู่ ที่ผ่านมาตนไม่รู้จะอธิบายให้สังคมฟังอย่างไรในสิ่งที่คนอื่นตัดสินไปแล้ว โดยเฉพาะในกระแสโซเชียลมีเดียที่มารวดเร็วและตัดสินคนไปก่อน ทั้งที่ตนเพียงแค่รอให้กระบวนการทางกฎหมายมีความชัดเจน และส่วนตัวก็ไม่ได้เล่นโซเชียลมีเดีย จึงเลือกที่จะให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตัดสิน
“ยัต ชัยโสโร” ยืนยันว่าการเซ็นโอนหุ้นทั้งหมดที่ผ่านมา เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างถูกต้อง ไม่ได้มีการบังคับขู่เข็ญอย่างที่เคยถูกกล่าวอ้าง พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์ที่ถูกสังคมกระหน่ำโจมตีทำให้เกิดความน้อยใจ เพราะพูดความจริงแต่กลับไม่มีใครเชื่อ จนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อครอบครัวและลูก อย่างไรก็ตาม ตนไม่มีความกังวลหากหลังจากนี้จะมีการยื่นอุทธรณ์หรือฟ้องร้องเกิดขึ้นอีก เพราะเชื่อมั่นว่าความจริงก็คือความจริง
สำหรับคดีความอื่น ๆ ที่เคยเป็นข้อพิพาทร่วมกันนั้น ในส่วนของคดีอาญาที่ฝั่ง “ต้า เฟ็ดเฟ่” เคยยื่นฟ้องตน ได้มีการถอนฟ้องไปก่อนหน้านี้แล้ว เช่นเดียวกับคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ตนเคยฟ้อง “ต้า เฟ็ดเฟ่” ไว้ ก็ได้ทำการถอนฟ้องไปแล้วเช่นกัน ส่วนคดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ยังคงอยู่ในระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบหลักฐานของศาล ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความรู้สึกที่มีต่ออดีตเพื่อนรักอย่าง “ต้า เฟ็ดเฟ่” รวมถึงโอกาสในการเจอหน้าหรือร่วมงานกันในอนาคต “ยัต” เปิดเผยสั้น ๆ เพียงว่า ไม่มีอะไรจะฝากถึง และหลังจากนี้คงต้อง “ต่างคนต่างอยู่”
Advertisement