
จากกรณีประเด็นดรามาแข่งขันรถโกคาร์ทเยาวชนรุ่น Cadet-B ในรายการ Super Kart Thailand Championship หลัง "ปอ ตนุภัทร" ยื่นประท้วงเรื่องมาตรฐานและกติกาเครื่องยนต์ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด “ดีเจเพชรจ้า” ผู้คลุกคลีในวงการยานยนต์ ได้ออกมาเปิดใจผ่านทีมข่าว APOP Today ทางช่องอมรินทร์ทีวี HD 34 ชี้ปัญหาดังกล่าวเกิดจากกระบวนการตัดสินของคณะกรรมการ
“ดีเจเพชรจ้า” เผยถึงความรู้สึกต่อเหตุการณ์นี้ว่า รู้สึกเสียใจแทน “น้องพายุ” ที่ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบบนสนามแข่ง จนสามารถขับรถเข้าเส้นชัยคว้าแชมป์มาครองได้ แต่กลับถูกระงับไม่ให้ขึ้นรับรางวัลบนโพเดียมเพียงเพราะมีกระแสการประท้วงเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่งก็เข้าใจสภาวะของผู้ปกครองเด็กที่ร่วมแข่งขันเช่นกัน เพราะในรุ่นนี้ทุกคนต่างทราบดีว่าสมรรถนะของรถและเครื่องยนต์มีความใกล้เคียงกันมาก เมื่อมีผู้ชนะและเกิดข้อสงสัยว่าเครื่องยนต์อาจไม่เหมือนคนอื่น ความเคลือบแคลงสงสัยย่อมเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ
ทั้งนี้ “ดีเจเพชรจ้า” ได้อธิบายถึงขั้นตอนทางเทคนิคและการตัดสินว่า การแข่งขันในรุ่น Cadet-A และ Cadet-B ซึ่งเป็นโกคาร์ทรุ่นเล็ก เครื่องยนต์ขนาด 60 ซีซี กำลังไฟราว 10 แรงม้า รถแข่งทุกลำจะต้องผ่านการตรวจสภาพจากคณะกรรมการจัดงานอย่างละเอียดก่อนในวันอาทิตย์ ซึ่งรถของ “น้องพายุ” ได้ผ่านการตรวจสอบและได้รับการยืนยันอย่างถูกต้องตามกฎระเบียบว่าไม่มีความผิดปกติใด ๆ และสามารถลงแข่งขันได้
เมื่อการแข่งขันจบลงและ “น้องพายุ” ได้แชมป์ กลับมีคนมาประท้วง สิ่งที่คณะกรรมการควรทำ คือต้องยืนยันและเคลียร์ให้ชัดเจนตั้งแต่วันอาทิตย์ว่ารถผ่านการตรวจมาแล้ว เรื่องจึงควรจะจบ แต่คณะกรรมการกลับเลือกที่จะนิ่งเฉยเพราะเกรงใจความสัมพันธ์ เนื่องจากลูกหลานของผู้ใหญ่หลายท่าน จนไม่กล้าตัดสินใจเด็ดขาด และกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้ต้องระงับการขึ้นโพเดียมจนเกิดดรามาขึ้น
นอกจากนี้ ในฐานะคนคลุกคลีกับวงการรถยนต์ “ดีเจเพชรจ้า” ยังได้วิเคราะห์กรณีที่มีข้อสงสัยเรื่องการปรับแต่งหรือเปลี่ยนเสื้อสูบเพื่อเพิ่มความเร็วว่า สำหรับรถแข่งขนาดเล็ก การโมดิฟายให้แรงกว่าคันอื่นนั้นทำได้ยากมาก หรือหากทำได้ผลลัพธ์ที่ได้ก็เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เปรียบเทียบเหมือนการแต่งรถซุปเปอร์คาร์ที่ต่อให้ทุ่มเงินหลักแสนเปลี่ยนอะไหล่ แรงม้าก็อาจเพิ่มขึ้นมาเพียงไม่กี่ตัว ดังนั้น การที่รถจะมีความแรงต่างกันเล็กน้อยจึงไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาด เท่ากับ “ฝีมือและทักษะของคนอยู่หลังพวงมาลัย”
“ดีเจเพชรจ้า” พูดแบบไม่กลัวดรามาว่า การที่น้องพายุคว้าชัยชนะในครั้งนี้ มาจากความสามารถและทักษะการขับขี่บนสนามอย่างแท้จริง แม้เด็กคนอื่น ๆ จะมีความเก่งและมีฝีมือไม่แพ้กัน แต่ในเมื่อรถแข่งผ่านเกณฑ์การตรวจสอบตามกฎแล้ว ผลงานบนสนามแข่งจึงเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่ชัดเจนที่สุด
Advertisement