
จากกรณีประเด็นดรามาโกคาร์ทเยาวชน หลังการแข่งขันรายการ TrueVisions–Toyota Junior Kart Championships 2026 รุ่น Cadet B (อายุ 8–13 ปี) ซึ่งมีกรณีของ “ปอ ตนุภัทร” ยื่นเรื่องขอให้ผู้จัดการแข่งขันและราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยฯ (ร.ย.ส.ท.) ตรวจสอบความถูกต้องทางเทคนิคของเครื่องยนต์ หลัง “น้องพายุ” ลูกชายของ “ชมพู่ อารยา” เข้าเส้นชัยคว้าอันดับ 1 จนเกิดกระแสถกเถียงอย่างหนักเรื่องมาตรฐานชิ้นส่วนอะไหล่ และลุกลามไปยังการตอบโต้ระหว่าง “ไผ่ ลิกค์” สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม กับ “พีท ทองเจือ” อดีตนักแข่งรถชื่อดังที่ออกมาให้ความเห็นถึงประเด็นดังกล่าว ล่าสุด ทีมข่าว APOP Today ทางช่องอมรินทร์ทีวี HD 34 ได้ต่อสายตรงหา “ไผ่ ลิกค์” เพื่อสอบถามถึงสาเหตุที่ออกมาโพสต์ฟาดเดือดไล่ “พีท ทองเจือ” ไปนอน
“ไผ่ ลิกค์” เปิดเผยว่า เหตุผลที่ต้องออกมาเคลื่อนไหว เพราะประเด็นดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับทีมแข่งของตนเอง จึงจำเป็นต้องออกมาพูดเพื่อให้เกิดความชัดเจนและได้รับความยุติธรรม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องอะไหล่รถยนต์ที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า มีการนำชิ้นส่วนหรือเสื้อสูบรุ่นเก่ามาเปลี่ยนใช้กับเครื่องยนต์หรือไม่ ซึ่งตามมุมมองทางเทคนิค ชิ้นส่วนดังกล่าวมองว่าอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของรถให้ดีขึ้นได้ จึงต้องการให้ฝ่ายจัดแข่งขันตรวจสอบข้อเท็จจริง
นอกจากนี้ การแข่งขันรูปแบบ One Make Race มีหัวใจสำคัญคือ รถทุกคันต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ผลการตัดสินวัดกันที่ทักษะและความสามารถของนักแข่งเป็นหลัก
ส่วนกรณีคำถามที่ว่าเหตุใดทีมจึงไม่คัดค้านหรือประท้วงตั้งแต่ก่อนเริ่มแข่งนั้น “ไผ่ ลิกค์” ชี้แจงว่า การแข่งขันมีรถเข้าร่วมมากถึง 21 คัน แต่ละทีมต่างมีภาระหน้าที่ในการดูแลและเตรียมความพร้อมของนักแข่งตนเอง ไม่ใช่หน้าที่ของทีมคู่แข่งที่จะต้องคอยสอดส่องคันอื่นตลอดเวลา ซึ่งการตรวจสอบความพร้อมทางเทคนิคก่อนปล่อยรถถือเป็นหน้าที่ของผู้จัดการแข่งขันโดยตรง
สำหรับผลกระทบต่อตัวเด็ก “ไผ่ ลิกค์” ย้ำชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้ดรามาครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเยาวชนที่ลงแข่ง เนื่องจากนักแข่งทุกคนมีอายุเพียงประมาณ 8–13 ปี เด็กไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแล ปรับแต่ง หรือเซ็ตเครื่องยนต์ด้วยตัวเอง
ส่วนกรณีที่ตนโพสต์ถึงเรื่องผู้ดูแลรถนั้น มองว่าผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบการเตรียมรถควรมีความรอบคอบและรับผิดชอบมากกว่านี้ เนื่องจากรายละเอียดชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์เป็นเรื่องเทคนิคเฉพาะที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าถูกต้องตามระเบียบกติกาหรือไม่
เมื่อถามถึงประเด็นที่โพสต์พาดพิงถึง “พีท ทองเจือ” ซึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์ในวงการแข่งรถ 28 ปีว่าไม่เคยประท้วงนั้น “ไผ่ ลิกค์” เผยว่า ตนเป็นคนพูดตรง ๆ และไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เพราะในโลกของกีฬาทุกชนิด ไม่ว่าจะระดับท้องถิ่น ทีมชาติ หรือโอลิมปิก “การประท้วงถือเป็นเรื่องปกติและสิทธิที่ทำได้ตามกติกา” หากพบข้อสงสัยหรือความไม่ยุติธรรม
“ไผ่ ลิกค์” เผยว่า "การออกมาสัมภาษณ์เหมือนให้เก็บไว้ในใจ หรือบอกว่าแข่งมา 28 ปีไม่เคยประท้วง มันเหมือนพูดเอาหล่อ แต่เอาหล่ออย่างเดียวมันไม่ถูกต้อง ตนเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับทีม ไม่ได้อยู่ ๆ จะมาวิจารณ์ ไม่ได้มาเรียกแสงหรือเกาะกระแส อะไรที่ไม่เกี่ยวกับเราก็พัก ๆ บ้าง ไปนอนเถอะ"
สำหรับแนวทางการหาข้อยุติ “ไผ่ ลิกค์” เผยว่า มีหลายฝ่ายเข้ามาช่วยประสานงานเพื่อหาทางลง และเตรียมนัดพูดคุยอย่างเป็นทางการในวันถัดไป โดยทางทีมได้ตักเตือนผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย
พร้อมกันนี้ ได้แสดงสปิริตว่าหากผลการประท้วงทบทวนแล้วส่งผลให้ทีมของตนได้รับการปรับขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ก็จะไม่ขอรับตำแหน่งดังกล่าว เนื่องจากต้องการให้จัดแข่งขันใหม่เพื่อวัดฝีมือกันอย่างตรงไปตรงมาบนมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งหากผลออกมาว่าแพ้ก็พร้อมยอมรับได้ ขอเพียงแค่กติกา มีความยึดมั่นในความถูกต้องและยุติธรรมต่อทุกฝ่าย
ถามถึงกระแสวิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย “ไผ่ ลิกค์” เผยอย่างอารมณ์ดีว่า เข้าใจว่าช่วงนี้ประชาชนมีเรื่องเครียดหลายอย่าง ทั้งปัญหาน้ำท่วม ราคาน้ำมัน หากข่าวนี้ทำให้ผู้คนได้ถกเถียงหรือผ่อนคลายความเครียดลงบ้าง ตนก็ไม่ได้ติดใจและไม่คิดจะฟ้องร้องใคร โดยจะรอผลการพูดคุยกับทุกฝ่ายเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนต่อไป
Advertisement