
จากกรณีดรามาวงการโกคาร์ทเยาวชน หลัง "ปอ ตนุภัทร" สามีของ "เบนซ์ พริกไทย" ออกมายื่นประท้วงเรื่องเครื่องยนต์ของ "น้องพายุ" ลูกชายของ "ชมพู่ อารยา" ที่เข้าเส้นชัยได้อันดับ 1 ส่วน "น้องแมคลาเรน" ลูกชายของ “ปอ” ได้อันดับ 2 จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด “ษา วรรณษา” นักแสดงชื่อดังและผู้มีประสบการณ์คลุกคลีในวงการแข่งรถยาวนานกว่า 10 ปี ได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการ APOP Today ทางช่องอมรินทร์ทีวี 34 ถึงประเด็นดรามาดังกล่าว เพื่อให้มุมมองในฐานะคนวงการความเร็วและผู้ใหญ่ที่ห่วงใยสภาพจิตใจของเด็ก ๆ
โดย “ษา วรรณษา” เผยถึงกฎกติกาและมารยาทในการแข่งขันรถยนต์นั้นถือเป็นสากล รถแข่งทุกคันต้องผ่านการตรวจเช็กสภาพและเครื่องยนต์อย่างเข้มงวดก่อนลงสนามทุกครั้ง หากมีความผิดปกติหรือทำผิดกติกา สนามจะมีกระบวนการตรวจสอบและบทลงโทษที่ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งโดยปกติในกลุ่มนักแข่งจะมองออกและรู้กันดีเนื่องจากสมรรถนะของรถและเทคนิคการขับขี่จะมีความแตกต่างกัน ถ้าเครื่องแรงแต่คนไม่เก่งก็ไม่ชนะ คนเก่งแต่วัสดุเครื่องไม่ดีก็ไม่ชนะ ทั้งสองอย่างต้องสัมพันธ์กัน
เมื่อถามถึงฝีมือของนักแข่งรุ่นเยาว์ทั้งสองคน “ษา วรรณษา” มองว่า ทั้ง “น้องพายุ” และ “น้องแมคลาเรน” ต่างมีฝีมือดีและสูสีกันมาก โดยตลอดการแข่งขัน “น้องพายุ” ขับไล่ตามมาโดยตลอด จนกระทั่งช่วงโค้งสุดท้าย “น้องแมคลาเรน” อาจจะเปิดมุมกว้างไปเล็กน้อย ทำให้เปิดช่องให้ "น้องพายุ" เสียบเข้าไลน์โค้งที่ถนัดได้พอดี
พร้อมทั้งเอ่ยปากชมว่า เด็กทั้งสองคนมีอนาคตที่ไกลมากในเส้นทางนี้ หากได้รับฝึกฝน รักษาร่างกายให้แข็งแรง และเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อสวมหมวกกันน็อคลงสนามแล้ว จิตใจต้องโฟกัสอยู่กับรถเท่านั้น ห้ามนำเรื่องขัดแย้งมารบกวนจิตใจเพราะอาจทำให้เสียสมาธิและเกิดอุบัติเหตุได้
สำหรับเหตุผลที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ "ษา วรรณษา" ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการปกป้องฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แต่ต้องการ "เซฟเด็กทุกคน" เนื่องจากในยุคดิจิทัล ข่าวสารแพร่กระจายไปรวดเร็วมาก การที่เด็กต้องเผชิญกับกระแสความขัดแย้งของผู้ใหญ่หรือคำถามซ้ำ ๆ จากคนรอบข้าง อาจสร้างบาดแผลและกลายเป็นปมในใจของเด็กในระยะยาว “แท้จริงแล้วเด็ก ๆ ไม่ได้โฟกัสเรื่องการแพ้ชนะแบบผู้ใหญ่ แต่แข่งรถเพื่อความสนุก ได้รับประสบการณ์ และต้องการเพียงแค่ถ้วยรางวัลกับคำชมจากพ่อแม่เท่านั้น"
ทั้งนี้ “ษา วรรณษา” ได้ฝากข้อคิดถึงทั้งสองฝ่ายและชาวเน็ตว่า หากเกิดปัญหาหรือข้อสงสัย ควรพูดคุยเคลียร์กันภายในครอบครัวหลังบ้าน หลีกเลี่ยงการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงในพื้นที่สาธารณะ และอยากให้ผู้ใหญ่ตระหนักถึงผลกระทบระยะยาว ร่วมกันเป็นแบบอย่างที่ดีในการปกป้องและดูแลสภาพจิตใจของเด็ก ๆ ต่อไป
Advertisement