
จากกรณี ”ลูกหมี รัศมี“ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ”ปู มัณฑนา“ ในข้อหาความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรมหมิ่นประมาท หรือ ข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จ เนื่องจาก “ปู” ไปแจ้งความเท็จที่สน. ทองหล่อ ว่า “ลูกหมี” เป็นนายทุนเงินนอกระบบเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดฟังคำพิพากษา โดย “ปู มัณฑนา”แพ้คดีและศาลสั่งจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา
วันนี้ (22 มิถุนายน 2569) เวลา 09.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดฟังคำพิพากษาในคดีระหว่าง “ลูกหมี รัศมี” เป็นโจทก์ฟ้อง “ปู มัณฑนา” ในข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จ-หมิ่นประมาท ซึ่งศาลสั่งจำคุก "ปู มัณฑนา" 2 ปี ไม่รอลงอาญา
โดยทาง “ลูกหมี รัศมี” พร้อมด้วย “ทนายกุ้ง อำนวยพร” ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังจากฟังคำพิพากษาเสร็จสิ้น ทั้งคู่ได้เปิดใจถึงความรู้สึกว่า ศาลตัดสินให้ “ลูกหมี” ชนะคดี โดยสั่งจำคุก “ปู มณฑนา” เป็นเวลา 2 ปีเต็มโดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากพยานหลักฐานทางแอปพลิเคชันไลน์แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เป็นเรื่องของการชักชวนลงทุนทำกระเป๋าแบรนด์เนม มีการใช้คำว่าลูกค้า ของ และ ผลกำไรปันผล ไม่ใช่การปล่อยเงินกู้ตามที่จำเลยกล่าวอ้างลอย ๆ ศาลจึงมองว่า จำเลยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีการปล่อยกู้เกิดขึ้น แต่เป็นการแจ้งความเพื่อกลั่นแกล้งให้โจทก์ต้องรับโทษทางอาญา ซึ่งศาลยังสั่งให้นับโทษจำคุก 2 ปีในคดีนี้ ต่อจากคดีเดิมอีก 2 คดี ในคดีฉ้อโกง “คุณอ้อม” 2 ปี และคดีฉ้อโกง “ลูกหมี” อีก 2 ปี หากรวมคดีทั้งหมดที่ศาลสั่งจำคุกแล้ว “ปู มัณฑนา” โดนโทษจำคุกรวมแล้วประมาณ 5 คดี หรือราว ๆ 10 ปี
ในช่วงที่ศาลอ่านคำพิพากษา “ลูกหมี รัศมี” เล่าว่า ก่อนฟังคำตัดสิน “ปู มัณฑนา” มีสีหน้ายิ้มแย้ม ร่าเริง และตั้งใจฟังศาลมาก แม้หลังศาลตัดสินจำคุกก็ยังคงยิ้มสู้ หลังสิ้นสุดการพิจารณา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัว “ปู มัณฑนา” ไปยังห้องขังเพื่อรอขั้นตอนการยื่นประกันตัวเพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ซึ่งทางฝั่งโจทก์ไม่ได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว แต่อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล คาดว่า นิสัยคุณปู น่าจะสู้ ไปให้สุดแล้วหยุดที่คุก
ส่วนคดีที่เหลือหลังจาดนี้ “ลูกหมี” เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีคดีความในชั้นศาลทั้งหมด 5 คดี ชนะไปแล้ว 4 คดี รวมคดีแพ่ง และยังเหลือคดีหมิ่นประมาทสิบกว่ากรรมที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีกำหนดสืบพยานในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ นอกจากนี้ ยังมีคดีในชั้นพนักงานสอบสวนอีก 2 คดี จากกรณีที่คู่กรณีโพสต์ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายพร้อมระบุชื่อ-นามสกุลและรูปภาพชัดเจน ซึ่งหากวันที่ 24 มิถุนายนนี้ ”ปู มัณฑนา“ ไม่มาตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ก็จะถูกออกหมายจับ
ขณะเดียวกันทาง “ทนายกุ้ง” และ “ทนายประมาณ” ทนายฝั่ง ”ปู มัณฑนา“ ก็มีประเด็นฟ้องร้องส่วนตัวเช่นกัน โดย “ทนายกุ้ง” ได้แจ้งความดำเนินคดีข้อหาดูหมิ่นและหมิ่นประมาทกับ”ปู มัณฑนา“ เพิ่มเติมอีก 22 กรรม จากกรณีด่าทอและกล่าวหาว่ามาเกาะกระแส ส่วนตัว “ทนายกุ้ง” เองก็มีนัดฟังคำพิพากษาในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ณ ศาลอาญารัชดา ในคดีที่ถูก “ปู มัณฑนา” ฟ้องหมิ่นประมาทจากการไปออกรายการโทรทัศน์ ซึ่ง “ทนายกุ้ง” มั่นใจในพยานหลักฐาน และชี้ว่าคดีดังกล่าวขาดอายุความแล้ว
ถามถึงความรู้สึกของทั้งคู่ที่เดินทางมาถึงวันนี้ โดย “ลูกหมี” ย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่เกิดเรื่องในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ซึ่งในตอนนั้นทีมทนายความฝั่งตรงข้าม “ทนายประมาณ“ ได้ออกมาประกาศต่อหน้าสื่อที่ สน.ทองหล่อ พร้อมกางชาร์ตข้อมูลกระหน่ำโจมตีว่าตนเป็น "เจ๊หมี" ที่ปล่อยเงินกู้และคิดดอกเบี้ยโหดเกินกว่ากฎหมายกำหนด เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ตนรู้สึกอับอายและเสียใจมาก ที่ทนายความฝั่งตรงข้ามฟังความข้างเดียวจากลูกความโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และพยายามป่าวประกาศว่าคดีนี้จะ พลิกอยู่ตลอดเวลา แต่ในวันนี้ความจริงปรากฏแล้วว่าคำสั่งศาลไม่ได้พลิกอย่างที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง ตนยึดมั่นในความถูกต้องมาโดยตลอด และการต่อสู้ครั้งนี้สร้างบาดแผลลึกในใจจนทำให้สภาพจิตใจในปัจจุบันไม่ปกติ เงิน 2 ล้านบาทมันเยอะสำหรับตสมาก มันคือเงินเก็บในชีวิตจริง ๆ ทุกวันนี้เรายังต้องใช้เงิน คนใกล้ชิดจะรู้ดีว่าลูกหมีไม่ได้เป็นคนรวย การที่เขาเป็นถึงระดับเศรษฐีแต่กลับไม่ยอมใช้เงินคืนเรา “ลูกหมี” จะตามยันลูกบวช เกิดอะไรขึ้นก็จัดเต็มทุกบาททุกสตางค์ที่ต้องได้รับคืน แต่ถ้าศาลตัดสินให้เขาต้องจำคุกเราก็ยินดี
ขณะที่ “ทนายกุ้ง” ได้กล่าวเสริมถึงความรู้สึกสะใจลึก ๆ หลังจากต้องทนฟังคำขู่และคำวิจารณ์ที่ทำให้สมองจี๊ด มาเป็นเวลานานว่า วันนี้ตนได้พิสูจน์ให้ลูกหมีเห็นแล้วว่าความจริงคืออะไร คดีที่อีกฝ่ายบอกว่าจะพลิก ตอนนี้พลิกกลับมาทางฝั่งตนเรียบร้อยแล้ว และสิ่งที่อีกฝ่ายเคยไปให้สัมภาษณ์ข่มขู่ว่าเจ้าหนี้จะติดคุก วันนี้ผลลัพธ์กลับเป็นตรงกันข้าม การมาสู้คดีในศาลจะมาด้วยความเชื่อหรือการมโนเองไม่ได้ หากไม่มีพยานหลักฐานที่แน่นหนาพอก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่ผ่านมาตนแปลกใจมากที่คู่กรณียังคงกล้าสู้มือและมั่นใจผิด ๆ ทั้งที่หลักฐานสำคัญอย่างแชตไลน์เพียงชุดเดียวก็สามารถชี้ชะตาทุกคดีได้ตั้งแต่ต้นแล้ว แต่หากหลังจากนี้อีกฝ่ายจะมีที่ปรึกษาคนใหม่ที่ให้คำแนะนำที่ดีขึ้น ชีวิตเขาก็อาจจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี แต่หากยังไร้สติและพาดพิงบุคคลที่สามจนเสียหาย ก็พร้อมจะเดินหน้าฟ้องร้องเพิ่มต่ออย่างแน่นอน
Advertisement