
ชีวิตจริงยิ่งกว่าในจอ "ทนายนิด้า" เปิดใจหลังซีรีส์ทนายปีศาล ทำคนอินทั้งประเทศ ยอมรับเนื้อหาคดีข่มขืนถอดเค้าโครงมาจากคดีจริงที่ตนเองเคยรับผิดชอบ แต่อรรถรสในจอผู้เสียหายยอมถอนฟ้องเพราะทนแรงกดดันไม่ไหว ชี้เรื่องจริงคดีหมอข่มขืนคนไข้ ศาลสั่งจำคุกจริงไม่รอดคุก พร้อมกางข้อกฎหมาย ใช้ปากXX ยันไม่หวั่นกระแสทัวร์ลงยันทำหน้าที่นักกฎหมายให้ความรู้ที่ถูกต้อง
ล่าสุด (19 มิถุนายน 2569) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้มีโอกาสร่วมพูดคุยและสัมภาษณ์ทนายความหญิงชื่อดัง "ทนายนิด้า" ถึงกระแสความฮอตของซีรีส์เกี่ยวกับอาชีพทนายความที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ โดยทนายนิด้า เผยว่า ตนเองได้ดูซีรีส์ทนายปีศาจเรื่องนี้แล้ว รู้สึกสนุกมาก ซึ่งมีเนื้อหาทั้งส่วนที่เหมือนและไม่เหมือนกับชีวิตจริง โดยส่วนที่ไม่เหมือนแน่ ๆ คือเรื่องทรงผมของตัวละคร ซึ่งจริง ๆ ตนเองก็เคยคิดอยากจะทำทรงผมแบบนั้นบ้าง แต่กลัวว่าจะไปขโมยซีนคนอื่น
ทั้งนี้ต้องขอชื่นชมว่าซีรีส์ทำออกมาได้ดีมากๆ และเข้าถึงคนดูได้อย่างดี แต่ในมุมมองของตนต้องบอกว่า หากในซีรีส์ถ่ายทอดออกมาว่าดาร์กแล้ว ในความเป็นจริงของชีวิตจริงนั้นมีกระบวนการที่มีความดาร์กมากกว่าในซีรีส์อีกเยอะมาก
เรื่องขั้นตอนการซักถามพยานในชั้นศาลในความเป็นจริงก็มีการตั้งคำถาม และซักถามกันในลักษณะดุดันแบบนั้นจริงๆ โดยเฉพาะคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ หากตนเองต้องทำหน้าที่เป็นทนายความฝ่ายจำเลย พอยต์หลักคือจะทำอย่างไรก็ได้ให้ทำลายน้ำหนักพยานโจทก์ เพื่อให้ศาลไม่เชื่อว่าตัวเหยื่อถูก ขข. จริงๆ จึงจำเป็นต้องตั้งคำถามให้ผู้เสียหายเล่าเหตุการณ์ซ้ำๆ เพื่อดูความจดจำของเหยื่อ และจับผิดในจุดที่เล่าขัดแย้งกันเองหรือไม่สมูท
ดังนั้นกระบวนการที่หลายคนมองว่า เป็นการทำซ้ำและสร้างความกดดันให้เหยื่อในกระบวนการยุติธรรมนั้นจึงเป็นเรื่องจริง ไม่เกินจริงเลย เพียงแต่ในชั้นศาลของจริง ทนายความอาจจะไม่ได้แสดงท่าทางขู่ตะคอกหรือดุดันใส่พยานได้มากเท่าในซีรีส์ เพราะหากทำเช่นนั้นก็จะถูกศาลติติงและปรามอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ทนายนิด้ายอมรับว่า ตนเองได้มีโอกาสเข้าไปให้คำปรึกษาแก่ผู้เขียนบทซีรีส์เรื่องนี้ด้วย จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเนื้อหาคดีในเรื่องมีการนำเค้าโครงมาจากคดีจริงที่เกิดขึ้นในอดีตที่ตนเองเคยรับผิดชอบในฐานะทนายความฝั่งผู้เสียหาย เอาไปดัดแปลงบทเพื่อความบันเทิง โดยคดีดังกล่าวในซีรีส์ตัวหมอผู้กระทำความผิดอาจจะรอดพ้นคดีไปได้เพราะผู้เสียหายทนความกดดันในกระบวนการไม่ไหวจนต้องยอมถอนฟ้องไปเอง แต่ในชีวิตจริงคดีหมอข่มขืนคนไข้นี้ แพทย์ผู้กระทำความผิดถูกศาลตัดสินให้ติดคุกจริงและไม่ได้รอดพ้นความผิดเหมือนอย่างในซีรีส์
ส่วนกรณีที่มีนักวิเคราะห์ต่างประเทศวิจารณ์ว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำเกินจริง ตนเองมองว่าประเทศที่วิจารณ์อาจจะเป็นประเทศที่เจริญแล้วหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่ในมิติความดาร์คของเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ ตลอดจนกระบวนการทุจริตและการสร้างพยานหลักฐานเท็จร่วมกันระหว่างเอกชนและข้าราชการบางกลุ่ม จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาตนเองยอมรับว่าเคยพบเจอเรื่องราวในลักษณะนี้เกิดขึ้นจริง
ส่วนดราม่ากรณีที่ตนเองออกมาโพสต์อธิบายข้อกฎหมายเกี่ยวกับคำว่า "คลิปเสียงไม่มีน้ำหนักในชั้นศาล" จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และมีทัวร์ลงในโลกออนไลน์ ยอมรับว่าตนเองต้องการให้ความรู้แก่สังคมและชาวเน็ตให้แยกแยะความหมายทางกฎหมายให้ถูกต้อง เพราะไม่อยากให้มองว่าอะไรที่ไม่ถูกใจก็ตีความว่าผิดไปเสียหมด เนื่องจากคนส่วนใหญ่รวมถึงนักกฎหมายบางคนมักเข้าใจผิดและเหมารวมว่าการใช้ปาก XX คือการ ขข.
ซึ่งในข้อเท็จจริงทางกฎหมายจะถือเป็นความผิดก็ต่อเมื่อการกระทำนั้นเกิดขึ้นจากการถูกบังคับขู่เข็ญ ซึ่งมันมีทั้งกรณีที่สมยอมและไม่สมยอม อีกทั้งสุดท้ายแล้วมันยังมีปัจจัยเรื่องเกณฑ์อายุของเหยื่อเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งหากเป็นกรณีที่กระทำความผิดเกี่ยวกับเพศกับผู้เยาว์ตามเกณฑ์อายุที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะสมยอมหรือไม่สมยอมก็ถือเป็นความผิดทั้งหมดอยู่ดี
แต่อยากให้สังคมแยกแยะนิยามฐานความผิดให้ถูกต้อง ตนมองว่าในฐานะที่เป็นนักกฎหมายและเป็นบุคคลสาธารณะ ยิ่งต้องมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสังคมในการให้ความรู้กฎหมายที่ถูกต้อง แม้แชร์ไปแล้วจะมีทั้งคนเข้าใจและมีกระแสทัวร์ลงเข้ามาโจมตีจนทำให้บั่นทอนและเซ็งไปบ้าง แต่ก็เลือกที่จะก้าวผ่านเพราะเราเจอเรื่องแบบนี้มาเยอะแล้ว
Advertisement