
เปิดใจแบบหมดเปลือกสำหรับอดีตนักร้องชื่อดัง “เมย์ จีระนันท์” ล่าสุดควงคุณแม่มาอัปเดตสภาพจิตใจและเล่าถึงมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ที่ผ่านมา พร้อมเผยชนวนเหตุที่ทำให้ดิ่งหนักจนถึงขั้นหนีออกจากบ้านเพื่อเตรียมจบชีวิต ก่อนแฉอดีตแฟนหนุ่ม ที่มีพฤติกรรมแนบเนียนของมิจฉาชีพในคราบคนรักที่เข้ามาซ้ำเติมในช่วงที่จิตใจอ่อนแอ
“เมย์ จีระนันท์” ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกถึงปัญหาชีวิตก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้น จนหนีออกจากบ้าน โดยเจ้าตัวเผยว่า ปัญหาเริ่มต้นมาจากความเครียดสะสมเรื่องเศรษฐกิจและธุรกิจที่ผิดหวังซ้ำ ๆ จนกระทั่งมีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาในช่วงที่โสดมานาน โดยฝ่ายชายทำการบ้านมาอย่างดี รู้ว่าชอบทำบุญ ปฏิบัติธรรม จึงเข้าหาทางคุณแม่ด้วยท่าทีเพียบพร้อมและแนบเนียนมาก แต่หลังจากคบหาดูใจกันได้เพียง 2-3 เดือน คุณแม่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ เนื่องจากโปรไฟล์ในโซเชียลมีเดียไม่มีตัวตนที่ชัดเจน และมักจะเลื่อนนัดสำคัญบ่อยครั้ง โดยเฉพาะการพาไปเจอครอบครัวจนเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างปลอมไปหมด
นอกจากนี้ พฤติกรรมของฝ่ายชายยังเข้าขั้น Toxic มีการปั่นหัวสร้างเรื่องราวว่า ตัวเองเป็นโรคซึมเศร้าและขู่จะฆ่xตต เพื่อดึงให้ดิ่งไปด้วยกัน แต่โชคดีที่ยังไม่ได้สูญเสียทรัพย์สินเงินทอง เนื่องจากคุณแม่เอะใจและเตือนสติไว้ทัน ปัจจุบันได้แจ้งความร้องเรียนผ่านตำรวจและ DSI จนฝ่ายชายกลัวและไม่กล้ากลับมาติดต่ออีก ซึ่งมองว่าเรื่องนี้อาจเป็นกรรมเก่าและขออโหสิกรรมต่อกันในชาตินี้ เรื่องราวที่เกิดรุนแรงขึ้นเมื่อมีการโต้เถียงกันในครอบครัว ประกอบกับทาง “เมย์” มีภาวะเครียดสะสมและโดนฝ่ายชายใช้ไม้ตายขู่ฆ่xตตประดังเข้ามา ทำให้ตัดสินใจหนีออกจากบ้านเพื่อไปจบชีวิxตัวเอง
ซึ่งคุณแม่เล่าว่า ลูกสาวพูดประโยคสะเทือนใจว่า "คุณแม่ขอชีวิตหนูเถอะ ขอหนูกลับคืนมาได้ไหม ชีวิตเป็นของหนู หนูขอเลือกเอง" ด้วยความตกใจ คุณแม่จึงตัดสินใจโทรศัพท์หาพระอาจารย์ที่ครอบครัวเคารพนับถือให้ช่วยเกลี้ยกล่อม ซึ่งพระอาจารย์ได้กล่าว "ขอบิณฑบาตชีวิต" เอาไว้ ทำให้ลูกได้สติและยอมกลับมาเข้าวัดปฏิบัติธรรมเพื่อรักษาแผลใจในที่สุด
หลังจากผ่านพ้นวิกฤต ทั้งคู่ได้เปิดใจปรับความเข้าใจกันครั้งใหญ่ โดยคุณแม่ยอมรับว่า ที่ผ่านมาตนเองรักและห่วงลูกมากเกินไปจนเหมือนเป็นเงาตามตัว คอยเคี่ยวเข็ญและกดดันเพราะกลัวว่าหากวันหนึ่งไม่มีตนเองแล้วลูกจะอยู่ไม่ได้ จนทำให้ลูกอึดอัด แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือการได้ไปปฏิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน และได้รับคำสอนจากแม่ชีว่า “ชีวิตเป็นของลูก เราให้กำเนิดเขาได้แต่ต้องปล่อยให้เขาเลือกทางเดินเอง มีหน้าที่แค่คอยโอบกอดและให้กำลังใจยามผิดพลาด”
ปัจจุบัน ทั้งคู่ไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาเป็นวาจา แต่เลือกใช้ การกระทำในการปรับตัวเข้าหากัน ลดอารมณ์ร้อนและการใช้เสียงดัง ส่วน ”คุณแม่“ ก็ลดการยึดติด ปล่อยให้ลูกสาวในวัย 42 ปีได้ตัดสินใจและใช้ชีวิตของตัวเองอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งหันกลับมาดูแลสภาพจิตใจและซ่อมแซมตัวเอง ล่าสุดคุณแม่เพิ่งไปทำศัลยกรรมเติมความสวยฉีดฟิลเลอร์มาใหม่ ทำให้บรรยากาศในครอบครัวกลับมามีความสุขและรอยยิ้มอีกครั้ง
Advertisement