
วันนี้ (18 พฤษภาคม 2569) "ทราย สก๊อต" นักอนุรักษ์ชื่อดัง เปิดใจกับสื่อมวลชน หลังจากออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตนเอง เนื่องจากถูกพี่ชายกระทำ ในวัยเด็ก และถูกแม่ฟ้องร้องเรื่องที่ดิน
โดย ทราย สก๊อต กล่าวว่า ตนรู้สึกว่าวันนี้ได้ค่อย ๆ ปลดปล่อยในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะว่าทุกครั้งที่เราพูด เราได้ตัวเองกลับคืนมา นั่นคือสิ่งที่ต้องการที่สุดในตอนนี้ ส่วนสาเหตุที่ตนออกมาพูดนั้น เพราะต้องการความยุติธรรม เราไม่อยากเป็นตัวอย่างให้สังคมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ปล่อยผ่านได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่โอเคและตูนเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนในประเทศนี้ที่เจอเรื่องแบบตน เราต้องเปลี่ยนวิธีที่สังคมเขามองและแก้ไขเรื่องพวกนี้ ตอนนี้ทุกอย่างที่ตนทำรู้สึกเหมือนมันใช้ความกล้าหาญมาก ทุกอย่างที่เราทำตอนนี้นี้ มันใช้แรงทั้งหมดของร่างกาย เราเหมือนว่ายน้ำข้ามเกาะทุกวัน
ตนมองว่าเรื่องที่ดิน เป็นเรื่องเล็กน้อยถ้าหากเทียบกับ เวลาที่เราเสียไปมันไม่ใช่แค่สิ่งที่พี่ชายทำแต่มันคือ 20 ปีของชีวิตเรา มันคือทุกความสุขที่เราขาดไม่มีอะไรสามารถมาทดแทนความรักจากครอบครัวได้ แต่ในเมื่อวันนี้สิ่งนั้นมันไม่มีเกิดขึ้นเราก็ควรจะได้รับความยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการยกฟ้องหรือการชดเชย ตนอยากจะมูฟออนจากเรื่องนี้และจะได้ไปทำหน้าที่ของตนต่อนั่นก็คือเป็นนักอนุรักษ์ที่ ทุกคนรู้จัก
ส่วนที่ใครหลายคนบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัว ตนอยากจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวหรือเรื่องภายในครอบครัวถ้าหากคุณเป็นมนุษย์ และคุณมีใจ เท่ากับว่าเป็นเรื่องของคุณหมด เด็กทุกคนเค้าต้องการความช่วยเหลือ ถ้าหากเขาออกมาพูดนั่นหมายความว่าคนในครอบครัวไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้ เราไม่สามารถมองว่าเด็กคนนี้ เป็นความรับผิดชอบของครอบครัวนี้ เพียงเพราะว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแก้ไขในสิ่งที่ไม่ยุติธรรม ใน ฐานะที่เราเป็นมนุษย์ ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติหรือครอบครัวก็ได้ มนุษย์ทุกคน มีหัวใจ
ส่วนประเด็นที่คุณมายด์ได้ออกมาขอโทษตนนั้น เขาไม่ใช่คนที่สร้างเรื่องนี้ขึ้นมา ดังนั้นตนไม่ได้มีความคิดเห็นมากกับสิ่งที่เขาพูด เพราะ ตนคิดว่าเรื่องใหญ่ ๆ ก็อยู่ที่ตัวพี่ชาย ซึ่งหลังจากที่เกิด เป็นข่าว ก็มีคนในครอบครัวบางคนที่ตนยังไม่ได้บล็อก แต่การที่เราบล็อคเขาไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สามารถติดต่อเราได้ เพราะว่าแต่ละคนก็มีเลขาส่วนตัวถ้าหากอยากจะพูดหรืออยากจะชี้แจงอะไรก็สามารถให้เลขาติดต่อมาได้ ซึ่งเบื้องต้นก็ยังไม่ได้มีใครติดต่อมา
ทราย สก๊อต กล่าวอีกว่า มองว่าเรื่องนี้ควรที่จะต้องมีการพูดคุยกันเพื่อทำเป็นตัวอย่างให้สังคมได้เห็นว่ามีใจที่จะแก้ไขเรื่องพวกนี้ อย่างในกรณีของน้าที่ออกมาโพสต์ข้อความ โดยน้าคนไม่เคยมาช่วยเหลืออะไรเลย เขาเป็นคนกดดันให้ตนเซ็นมอบสิทธิ์ที่ดินให้กับแม่ด้วยซ้ำ บางทีเรื่องของทรัพย์สินและชื่อเสียงมันมีน้ำหนักมากกว่าชีวิตของเด็กคนนึง
โดยคำถามที่หลายคนถามว่า ทำไมถึงต้องออกมาพูดในช่วงนี้ มองว่า มันเป็นช่วงที่เราพร้อม เรื่องนี้จริงๆแล้วมันสามารถออกมาพูดเมื่อไหร่ก็ได้มันไม่มีจังหวะที่ดีสำหรับเรื่องนี้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ดี ถ้าหากผมออกมาพูดปีที่แล้ว คนก็คงออกมาถามเหมือนเดิม มันไม่มีจังหวะที่เพอร์เฟกต์เพราะว่าเรื่องมันไม่ได้เพอร์เฟกต์ ผมไม่กลัวตาย เพราะว่าสิ่งที่พวกเขาทำกับผม ผมถือว่าผมตายหลายรอบแล้ว เรื่องนี้ มันคือการสู้เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อมากกว่า
ตลอดระยะเวลา 3-4 ปี ที่ผ่านมา ตนพยายามขอความช่วยเหลือจากทุกคนในครอบครัว ไม่ใช่แค่คนที่อยู่ในองค์กร แต่ พี่ต๊อด ตนก็เคยขอความช่วยเหลือ ก็มักจะได้รับคำตอบว่า ให้ไปขอโทษแม่ และ ให้นึกถึงตระกูล ตนรู้สึกว่าชีวิตของเด็กคนนึงไม่ได้มีความสำคัญมาก ในสายตาของธุรกิจ ตอนนี้เราแค่อยากมีผู้ใหญ่คนนึงที่จะพาเราออกไปจากสถานการณ์นี้ เค้าเห็นมาตั้งแต่เด็กว่าครอบครัวของเราไม่ใช่เซฟโซน เราก็เลยพยายามลองดูว่าญาติที่อยู่ข้างนอกครอบครัวจะเป็นเซฟโซนให้เราได้ไหม แต่คำตอบก็คือไม่ ตอนนี้เรียนรู้แล้วว่าวันนี้นี้ ตนคือเซฟโซนของตัวเองเพียงแค่คนเดียว โดยปลายทางของเรื่องนี้ "เราจะต้องได้ความยุติธรรม"
เมื่อถามว่า มีครั้งไหนที่แม่สู้เพื่อเราบ้าง ทราย สก๊อต ตอบว่า ไม่ วันที่เขาจ้างพี่เลี้ยงที่ข่มขืนเรากลับมาทำงาน ที่บ้านเพื่อจะไล่เราออกจากบ้านเป็นที่ยากที่สุดในชีวิต มันเหมือนเราโดนข่มขืนอีกรอบตลอดระยะเวลาที่เขาปกป้องพี่ชาย เอาเข้าไปอยู่ในบ้านที่จริงแล้วเราก็มีสิทธิ์ที่จะอยู่ด้วย แต่เรากลับเสีย เพียงเพราะว่าเขาอยากปกป้องพี่ชายเรามันเป็นการทำร้ายเด็กคนนึงที่มัน โหดร้ายมากนอกจากการที่พี่ชายทำร้ายเรา เรามีความรู้สึกว่าเราโดน ทอดทิ้ง โดนโยนทิ้ง ในสายตาของเขาเราคือของที่ไม่มีค่า แต่ว่าทุกครั้งที่ตนได้ทำงานและได้ออกมาเจอคนมันเตือนให้ตนมีสติว่า ตนมีค่า
ที่ผ่านมาตูนพยายามนัดคุยกับผู้ใหญ่ในองค์กรแต่ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า มีเวลาให้พูดคุยแค่ 30 นาที ซึ่งตนก็รู้สึกว่าถ้าหากเป็นในรูปแบบนี้มันก็ไม่มีใจให้กัน
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ถ้าหากอีกฝ่ายอยากจะขอนัดเจอหรือเจรจาขอเคลียร์ก็ให้ เลขาทกมาคุยนอกรอบ ซึ่ง หลังจากที่ออกรายการก็ไม่ทราบว่าสถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่ความผิดของตน เขาทำความผิดและเขานึกว่าสักวันมันจะไม่ออกมาสู่สาธารณะ เขานึกว่าสิ่งที่ทำในห้องมืดจะไม่ออกมาเจอแสง แต่วันนี้ในสิ่งที่ตนพูดตนเอาออกมาในแสง ตนไม่ใช่เหยื่อของใครและตนจะไม่เก็บความลับให้กับคนที่ทำร้ายเรา ตนไม่เคยอ้างอิงหรือว่าใคร ทุกอย่างที่พูดคือการกระทำ ตนไม่มีอะไรที่จะอยากจะพูดกับ 2 คนนั้นแล้ว แค่อยากให้เรื่องนี้จบ แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไป
ทั้งนี้ ตนไม่รู้เลยว่า ทำไมแม่ถึงไม่รักเรา ซึ่งตนต้องให้สังคมตอบในเรื่องงนี้ ส่วนในเรื่องของคดีความตนขึ้นศาลไปรอบนึงแล้ว แต่ว่าทางฝ่ายขอแม่ไม่มา มันเป็นวันที่หดหู่มากที่เราต้องนั่งอยู่ในศาล แล้วรู้ว่าแม่เป็นคนทำกับเราแบบนี้ ซึ่ง แม่ได้ใส่ชื่อพี่ชายเป็นพยาน ถ้าหากว่าชนะคดี แม่ก็จะได้ที่ดินไป ซึ่งเดี๋ยวจะมีนักศาลอีกรอบในวันที่ 10 มิ.ย.69 ซึ่งคิดว่าถ้าหากเรื่องนี้ไม่จบเราก็คงต้องได้ไปเจอกันที่ศาล ดูยังมีข้ออมูลและหลักฐานอีกมากมายมันจะจะต้องถูกนำออกมา อย่างคลิปเสียง ตนเปิดเผยเพียงแค่ 4 นาที แต่จริง ๆ แล้ว ความยาวของคลิป มีทั้งหมด 20 นาที ซึ่งจะปล่อยออกมาหรือไม่นั้น ยัง ตอบไม่ได้ตอนนี้ ขอดูความรู้สึกก่อน ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีเพียงแค่ พี่ชายที่เป็นคนกดดันเรา แต่ก็ยังงมีบุคคลในครอบครัวอีก
ทราย สก๊อต กล่าวต่อว่า ตนมองว่า คนที่ใช้กฎหมายข่มขู่คนอื่น มันเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่ได้แข็งแรงจริงและไม่ได้สามารถยืนด้วยความจริงที่ถูกต้อง ซึ่งถ้าหากเป็นคนที่จริงใจก็สามารถคุยกันนอกรอบได้แต่ถ้าหากจะเล่นกฎหมายแบบนี้มันก็เหมือนใช้กฎหมายกดดันคนอื่น ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าเขาใช้เครื่องมือนี้ขมขู่และทำร้ายตนต่อ ส่วนหลังจากนี้จะฟ้องผู้ชายคนนั้นหรือไม่ ก็ขอดู ความรู้สึกก่อนตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปได้หมด
"ผู้ชายคนนั้นไม่ควรเดินออกมาเจอเด็กคนอื่นได้ เพราะนี่คือความโรคจิต เราไม่อยากให้เขาได้เจอเด็กคนอื่น ลูกเขาเราไม่รู้ มันคือคนที่จะต้องไม่อยู่ในพื้นที่ของสังคม"
เมื่อถามว่าหลังจากนี้ทราย ยืนยันจะออกมาจาก ตระกูลและเปลี่ยนนามสกุลจริงหรือไม่ ทราบตอบว่า "ใช่ครับ จะเปลี่ยนนามสกุลเป็น สมุทร คิดว่าทรายสมุทร จะเป็นชื่อที่ดีและ สก็อต ก็จะไม่ใช้เพราะพ่อของผม เป็นคนที่ไม่ใช่พ่อคน และนามสกุลนี้ ผมไม่อยากเกี่ยวข้องกับเขา"
ทั้งนี้ ตนขอขอบคุณกำลังใจจากทุกๆคน ที่ส่งมา มันไม่มีวันไหน ที่ตนไม่คิดถึงความรักที่ทุกคนส่งมา มันคือสิ่งที่ ทำให้เราตื่นขึ้นมาได้ทุกเช้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังหลังจากที่คุณ ทราย สก๊อตได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเสร็จ ก็ได้มีแฟนคลับบางส่วน นำช่อดอกไม้มามอบให้ เพื่อเป็นกำลังใจ และกอดปลอบใจทราย สก๊อต ทำให้เจ้าตัวร้องไห้ออกมา แล้วบอกว่า "ขอบคุณที่เป็นครอบครัวให้กับทราย" หลังจากนั้น ทราย สก็อตได้ขึ้นรถไป
Advertisement