
ไม่ปล่อยให้ต้องเดากันไปนาน "ขนม ศศิกานต์" ควงหวานใจดี "หมอบุ๊ค" ออกมาเคลียร์ดรามา และคำถามที่ชาวเน็ตสงสัย รวมถึงปมเทศกาลรถตู้ที่โยงอดีตสามี และแจงประเด็นทิ้งลูกทั้ง 2 คนไว้ให้ตายายเลี้ยง ซึ่งเจ้าตัวก็พาทั้ง น้องตั้งใจ อายุ 4 ขวบ และ น้องเติมเต็ม อายุ 1.6 ขวบ มาออกรายการ คุยแซ่บShow ยืนยันว่า ลูกทั้งสองคนกับหมอบุ๊คสนิทกันดี แถมงานนี้ก่อนจบ ยังมีข่าวดีทิ้งท้ายอีกด้วย
ตอนนี้พัฒนาการลูกทั้งสองคนเป็นยังไงบ้าง ?
ขนม : คือคนโตเค้าเพิ่งสอบติด ที่สาธิต นานาชาติ ของ มข. ส่วนคนเล็ก เค้าคลอดก่อนกำหนด คลอดตอน 7 เดือน เรากลัวว่าพัฒนาการเค้าจะช้าหรือเปล่า เพราะว่าตอนคลอดออกมาเค้ายังโตไม่เต็มที่ แต่พอเห็นแบบนี้เราก็สบายใจแล้ว เพราะว่าเราก็สอนลูกคนโตว่า ถ้าอยากได้อะไร ต้องมาช่วยเราขายของ สอนให้เค้าหาเงิน
และทั้งสองคน เรียกหมอบุ๊คว่าอะไร
ขนม : เรียกว่าพี่บุ๊ค
น้องตั้งใจ : บุ๊คจ๋า หรือบางทีก็เรียกพี่หมอ
หมอบุ๊ค : ผมคิดว่าน่าจะเป็นคำที่เรียกง่ายๆ
พอย้อนกลับไปช่วงแรกๆเราก็ไม่กล้าเล่นกับเด็กทั้งสองคน ?
หมอบุ๊ค : คือเราคิดเยอะ น้องตั้งใจเค้าเป็นผู้หญิง เราก็ไม่กล้าไปเล่นอะไรด้วย ช่วงหลังก็สนิทกันมากขึ้น เริ่มใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น อย่างเติมเต็มช่วงนี้จะซนหน่อย เริ่มน้ำหนักมากขึ้น (ยิ้ม)
เริ่มดรามาแรกเลย บอกว่าขนมกับหมอบุ๊คไม่ค่อยได้เลี้ยงลูก?
ขนม : ก็จริงจริงค่ะ หนูไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกเท่าไหร่ เพราะเหตุผลที่เราต้องอยู่เขาใหญ่ เราขายของ เราต้องไลฟ์ขายของด้วยกัน เราต้องทำงาน เพราะเราไลฟ์คู่กันยอดมันจะดีกว่า และด้วยความที่เราเป็นแม่ เราก็อยากจะเลี้ยงลูกเอง แต่สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ เราก็ทำเพื่อเขา ตอนนี้เราก็ตัดคำพูดคนออกไป เราก็ตั้งใจทำงาน
และสาเหตุที่ไปอยู่เขาใหญ่เพราะว่าคุณหมอบุ๊คเป็นหมอประจำที่โน้น?
ขนม : เอาจริงๆหนูกลับบ้านบ่อยมาก 1 เดือน กลับ 3-4 หน หรือบางทีเรามีงานที่ขอนแก่น เราก็คนโตไปทำงานด้วย เค้าก็เลยไม่รู้สึกว่าห่างกับเรา แต่คนโตจะเข้าใจ เพราะเค้าจะบอกว่าเราไปทำงานไปหาตังค์มาให้
แล้วจุดเริ่มต้นดราม่าเรื่องรถตู้ ?
ขนม : เอาจริงๆมันเกิดจากการที่หนู ตอนที่กำลังไลฟ์ขายของ เราก็บอกว่าช่วยซื้อหน่อย หนูกำลังอยากได้รถตู้คันใหม่ ไม่ได้มีเทศกาลรถตู้อะไร ตั้งใจจะซื้อรถตู้ใหม่ให้ลูกเฉยๆ รถตู้คันเดิมมันมีเหตุจำเป็นที่มันจะไม่ได้อยู่กับเรา ส่วนเทศกาลรถตู้ก็มาจากเพื่อนเรา เค้าก็บอกว่าทำซิ แล้วก็ขอบคุณพี่เจ้าของแบรนด์ที่เค้าจ้างเราเข้ามาให้ไลฟ์ เพราะว่าสองวัน ก็น่าจะรับไปทั้งหมดประมาณ 30 แบรนด์ ยอดรวมทั้งหมดขายของไปเกือบ 3 ล้านกว่า ซึ่งถามว่ามันเหนื่อยไหม มันเหนื่อย แต่มันสนุกที่ได้ทำ
บางคนก็เลยถามกลับมาว่า ทำไมเราไม่สอนให้ลูกประหยัด ?
ขนม : บ้านหนูคือเลี้ยงลูกด้วยตากับยาย ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยว่าตากับยายจะให้เด็กสองคนหรูหรา เพราะว่าทั้งสองคนเองเค้าก็ไม่ได้หรูหราอะไร ซึ่งถ้าดูในไลฟ์สด เด็กสองคนก็แต่งตัวบ้านๆ บางทีเสื้อมันใหญ่ไปก็ต้องเอาหนังยางรัด แล้วการที่เราจะซื้อรถตู้ให้ คือเราอำนวยความสะดวกให้คนแก่สองคน ในการที่จะขนของเด็กไปไหนมาไหน เพราะเขาเลี้ยงสองคนจริงๆ รวมไปถึงเรื่องความปลอดภัยเพราะว่ามีทั้งเด็กและคนแก่ มันเป็นสิ่งที่จำเป็นกับเรา และเรามีศักยภาพในการหามันมา เพราะว่าเรายังทำงานได้ เราก็อยากทำให้ลูกเฉยๆ ไม่ใช่เราสอนให้ลูกเราไม่รู้จักความลำบาก เพราะลูกเราไม่ได้หรูหรา
และอีกหนึ่งประเด็นที่เวลาไลฟ์ขายของทำไมเอาลูกมาไลฟ์ด้วย เอามาทำมาหากินทำไม?
ขนม : คือน้อยมากที่เอาลูกมาไลฟ์ นอกจากที่เจอกัน แล้วเราต้องทำงาน เราถึงเอามาไลฟ์ด้วย เพราะเวลาเรากลับไปหาลูก เราอยากใช้เวลากับเขามากกว่า
ซึ่งพอเกิดดราม่า คนมองว่าเราต้องการสร้างมันขึ้นมา เพื่อให้คนเข้ามาดูไลฟ์สด?
ขนม : ชีวิตหนูมันมีกระแสเยอะแยะ เราไม่ต้องการจะแตะต้องเรื่องลูกเลย แต่วันนั้นที่เราพูดไป เพราะว่าเราต้องการทำงานมากขึ้นเพื่อจะเอาเงินไปซื้อรถตู้ให้ลูก เพราะว่าเราก็เหนื่อยกับกระแสแล้วเหมือนกัน
คุณหมอบุ๊คให้กำลังใจขนมยังไง?
หมอบุ๊ค : ส่วนใหญ่เราก็อยู่ข้างๆ คอยบอกเขา ว่าไม่ต้องไปสนใจมากก็ได้ ปล่อยผ่าน ทำใจให้เรามีความสุข เราก็จะสบายใจ
และมีคอมเม้นต์ไหนที่ทำให้เราต้องตัดสินใจออกมาชี้แจง ?
ขนม : หนูโดนมาหลายกระแส เราก็ค่อนข้างมีภูมิคุ้มกัน กับคอมเม้นต์ต่างๆ แต่เรื่องที่จะไม่โอเคโดยการพูดถึงลูก หรือพูดถึงพ่อแม่เรา ยังกับคอมเม้นต์ที่บอกว่า ถ้าแม่ตายไป ลูกจะอยู่ยังไง หรือต้องให้ลูกตายไปด้วยไหม ซึ่งเรารู้สึกไม่ไหว มันเป็นการไปว่าลูก เราก็คิดว่า เราจะฟ้อง ที่ผ่านมาเราไม่เคยฟ้องใคร แต่รอบนี้คิดๆ ก็คุยกับทนาย เราฟ้องจริง พี่บุ๊คบอกหนูว่าไม่ให้รับเป็นกระเช้า
หมอบุ๊ค : เราก็ให้เค้าเลือกเป็นเคสบายเคส บางคอมเม้นต์มันรุนแรงเกินไป ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เลือกเป็นเคสไป
และอีกหนึ่งคอมเม้นต์ ที่บอกว่าขนมป้อนข้อมูลที่ไม่ดีเกี่ยวกับอดีตสามีให้กับลูก?
ขนม : ซึ่งมันก็มีคนคอมเมนต์แบบนี้จริง คือถ้า ใครติดตามบ้านของเราจริง จะรู้ว่าความทรงจำที่ผ่านมาคือสิ่งสำคัญสำหรับครอบครัวเรา ลูกหนูสำคัญมาก หนูจะไม่แตะต้องอะไรเลยที่เป็นความรู้สึกเกี่ยวกับลูกเลย ถ้าสมมติหนูป้อนข้อมูลไม่ดีให้กับลูก คนก็จะเห็นได้เลย ถ้าเค้าเห็นหน้าอาจจะไม่เอาเลย แต่นี่เวลาเจอหน้าก็รักเหมือนเดิม เค้ายังอบอุ่นเหมือนเดิม เค้ายังมีความสัมพันธ์พ่อลูกเหมือนเดิม เวลาไปหาปะป๊า เค้าก็ไม่อยากกลับมาหาเรามันก็อารมณ์นี้ เราแยกแยะออก ความเป็นพ่อเป็นแม่เป็นลูกกันมันก็ต้องเหมือนเดิม เพราะเค้าก็มีความทรงจำ เกี่ยวกับพ่อเขา หนูจะไม่แตะต้องตรงนั้นเด็ดขาด
พอมันเจอดราม่า มันมีผลต่อการใช้ชีวิตของเราสองคนไหม?
ขนม : ถ้าหมายถึงในชีวิตคู่ หนูเกรงใจเขา หนูไม่อยากให้เขามาลำบากกับสิ่งที่เราต้องเจอ เป็นห่วงเขา เค้าบอกเขาว่าถ้าไม่โอเคไปได้นะ ฟิวส์ประมาณว่าเหมือนเราไปกวนชีวิตเขา
หมอบุ๊ค : เอาจริงๆผมไม่ค่อยมีเวลาได้เสพดรามา เราจะคอยดูเขาเป็นหลัก เพราะว่าเขาได้รับข้อมูล เพราะผมคิดว่า ผมสามารถรับมือกับมันได้ ไม่ได้มีผลต่อสภาวะจิตใจเลย
ขนม : เค้าค่อนข้างแข็งแกร่ง เค้าสอนให้หนู สู้คน
หมอบุ๊ค : ผมก็บอกเค้าไปว่าผมก็จะอยู่กับเขา ไม่ทิ้งเค้าไว้กลางทางแน่นอน ก็แก้ปัญหาไปด้วยกัน
ก่อนหน้านี้ทำไมรูป ของขนม ในไอจีของหมอบุ๊ค หายไปหมด?
หมอบุ๊ค : ซ่อนครับ ตอนนั้นน่าจะมีอารมณ์ เป็นการงอนกัน (ยิ้ม)
ขนม : เหมือนส่วนมากจะเป็นเรื่องที่เราคุยกันแล้วไม่เข้าใจกันสักที เหมือนเค้าคุยมาทางซ้ายแล้วมันทะลุออกไปทางขวาเลย เพราะเค้าจะมีกฎของเค้า ห้ามแต่งตัวโป๊ หรือเรื่องที่พูดแล้ว 10 รอบแล้วนะ ยังซ้ำๆอยู่ เค้าก็อยากให้ปิดมิดชิด
หมอบุ๊ค : ก็ไม่อยากให้เค้าโชว์เรือนร่างเยอะเกิน
ขนม : คือถ้าด้านหน้าถึงคอ ด้านหลังสามารถเปิดได้ แต่ถ้าด้านหน้าเปิด ก็คือโป๊
คู่นี้แต่งเมื่อไหร่ ?
หมอบุ๊ค : เป็นเร็วๆ นี้ครับ ปลายปีนี้ครับ ให้ได้ลุ้นกัน
ขนม : ซึ่งในรายละเอียด หนูได้แจ้งเขาไว้หมดแล้ว (ยิ้ม)
หมอบุ๊ค : เค้าก็แจ้งว่าอยากให้คนที่เขารักอยู่ด้วยกัน และเปรยๆ ว่าทะเลมานิดหน่อย
Advertisement