
กลายเป็นประเด็นร้อนก่อนหน้านี้กรณี "ทราย สก็อต" โพสต์คลิปกกล่าวอ้างถึงพี่ชาย ล่าสุด "พาย สุนิษฐ์ ภิรมย์ภักดี" ได้ออกมาชี้แจงผ่านช่องทางโซเชียลของภรรยาสาว "มายด์ ลภัสลัล" โดยเผยว่า ที่ออกมาพูด เพื่อปกป้องภรรยา และลูกที่กำลังจะเกิด
"พาย สุนิษฐ์" ได้กล่าวในคลิปว่า "ผมอาจจะพูดไม่ชัด เพราะภาษาไทยผมไม่แข็ง ประเด็นแรกขอพูดถึงเรื่องที่น้องชายกล่าวหาว่า ผมไปข่มขืนเขา ผมขอการันตีว่าไม่ใช่เรื่องจริง ทุกคนที่รู้จักผม แม้กระทั่งครอบครัว เพื่อนผม และตัวผมเอง ขอยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องจริง ผมไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้น เพราะเป็นเรื่องที่น่าขยะแขยง มันเป็นเรื่องที่แย่มาก และไม่เคยคิด และเจตนาที่จะทำแบบนั้น กับใครเลย โดยเฉพาะน้องแท้ๆ ของตัวเอง และผมก็เสียใจมากๆ ที่น้องเขาคิดว่าผมทำอะไรแบบนั้นกับเขา
เรื่องคลิปเสียงที่โดนพูดถึง ผมไม่ทราบว่าโดนอัดเสียง แต่สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นการคุยกันระหว่างผมกับน้องเรื่องสมัยตอนวัยเด็ก ซึ่งผมยอมรับเลยว่า ผมได้มีการทะเลาะ และมีการกลั่นแกล้งอาจจะเล่นตามประสาพี่น้อง ที่อาจจะรุนแรง แต่ผมก็ยังเป็นเด็ก และยังไม่ทราบว่า อันไหนมันดี หรือไม่ดี ซึ่งผมก็ได้ขอโทษน้องไปหลายรอบแล้ว แล้วเคลียร์ไปหลายรอบ ยืนยันไม่คิดเรื่องแบบนั้นกับน้อง
ตอนผมโตเป็นวัยรุ่น ผมกับน้องอยู่กันคนละประเทศ ผมเรียนอยู่โรงเรียนประจำที่อังกฤษ จนจบมหาลัยฯ แต่ทุกครั้งที่ได้เจอน้องก็จะเป็นช่วงที่กลับมาตอนปิดเทอม ซึ่งส่วนมากผมจะใช้ช่วงปิดเทอม Hang Out กับเพื่อนไม่ก็แฟน
แล้วประเด็นที่ 2 เรื่องที่บอกว่า ครอบครัว Ignore ผมยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง ไม่ว่าจะเป็นญาติผู้ใหญ่ หรือเพื่อนฝูง ยื่นมือไปช่วยเขาหลายครั้ง และซัพพอร์ตในทุกๆ ด้าน รวมถึงการไปหาหมอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางน้องได้บล็อกช่องทางในการสื่อสาร ทำให้ครอบครัวไม่สามารถติดต่อได้ หรือติดต่อได้ยาก แต่ถ้าเกิดเรื่องนี้มันเป็นจริง แน่นอนว่า ครอบครัวไม่มีทางไม่ทำอะไร ทุกคนอยู่เคียงข้าง และศัพพอร์ตน้องเสมอ
และประเด็นที่สาม เรื่องของบ้านที่หัวหินที่มีการฟ้องร้องกัน ผมต้องเล่าก่อนว่า บ้านนั้นเดิมที่เป็นของคุณตา ซึ่งคุณตาก็มอบให้ลูกของคุณตา ส่วนของคุณแม่ผม แม่ก็มอบให้ผมกับน้อง แต่คุณแม่ต้องฟ้องร้อง เพราะมีการทำลายทรัพย์สินเกิดขึ้น พาคนข้างนอกมาบุกรุก รวมถึงการนำของส่วนกลางไปจัดการ ซ่ึงคุณแม่ก็อยากจะนำกลับคืนมา เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สิน และคนในบ้าน ที่พูดไปทั้งหมด ผมมีหลักฐานชัดเจน ที่สามารถดำเนินการทางกฏหมาย
สุดท้ายนี้ที่ผมออกมาพูด ผมไม่อยากทำร้ายใคร และทุกคนที่รู้จักผมดี รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ยากมากที่ผมต้องออกมาพูดอะไรแบบนี้มันเป็นสิ่งที่สะเทือนใจผมมาก และไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดขึ้นกับผม ผมไม่อยากให้เรื่องใครครอบครัวออกมาเป็นเรื่องสาธารณะ และผมก็เชื่อว่าทุกคนที่มีครอบครัวก็ไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น และการที่พูดเรื่องนี้ก็ไม่ได้ส่งผลดีกับใคร รวมถึงทางน้อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางครอบครัวก็ยังเปิดใจคุยกับน้องเสมอ แต่หลังจากนี้ ผมก็ขอให้ทุกอย่างดำเนินการทางกฏหมายที่ถูกต้อง รวมถึงหลักฐานด้วย
Advertisement