
จากกรณีดรามาร้อนแรงในโลกโซเชียล เกี่ยวกับคลิปวิดีโอการออดิชั่นของ "น้องเฌนน์" วัย 15 ปี ผู้สมัครรายการดัง ซึ่งปรากฏภาพ "ปอนด์ กฤษดา" หรือ Exclusive Director ของรายการ ได้คอมเมนต์เรื่องการใช้ภาษาไทยคำอังกฤษคำของน้องว่าโชว์ออฟ จนนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม และจบลงที่ "น้องเฌนน์" ตัดสินใจสละสิทธิ์
ล่าสุด (11 พฤษภาคม 2569) "ปอนด์ กฤษดา” ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว โดยเจ้าตัวเผยว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นช่วง Fast Track ออดิชั่น ซึ่งผู้สมัครจะมีเวลาพูดคุยกับตนและ "โอม" เพียง 5 นาที เพื่อขอคำแนะนำในการปรับปรุงโชว์รอบไฟนอล ตนเห็นศักยภาพของน้อง จึงแนะนำจากประสบการณ์ว่าการพูดไทยคำอังกฤษคำอาจเป็นข้อจำกัดในบางบริบท
โดยยอมรับว่าตอนนั้นใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมเหมือนพี่คุยกับน้อง แต่หลังกล้องได้มีการเดินไปปรับความเข้าใจและอธิบายเพิ่มเติมแล้ว พฤติกรรมของน้องในวันนั้น "น้องเฌนน์" รับข้อมูลด้วยทัศนคติบวก และทำโชว์รอบไฟนอลออกมาได้ดีมาก ทั้งคู่ยังเดินจับมือและมองตากันอย่างมีความสุขหลังจบโชว์
โดยตนยืนยันหนักแน่นว่า ไม่รู้เรื่องการนำคลิปดังกล่าวมาโพสต์ เนื่องจากตนดูแลฝั่งบริหารและปั้นศิลปิน ไม่ได้ดูแลฝั่งสื่อโซเชียลมีเดีย พอเห็นหัวข้อคลิปว่า "รักษาความเป็นเด็กไว้" จึงกดแชร์ทันทีโดยไม่ได้ดูเนื้อหาข้างใน เพราะไม่คิดว่าทีมงานจะเลือกช่วงเวลานั้นมานำเสนอ ทำให้ตนตกใจและรู้ตัวทันทีว่าจะต้องถูกวิจารณ์ ซึ่งคลิปนี้สร้างความเสียหายทั้งต่อตัวน้อง และตัวเอง และภาพลักษณ์ของรายการ
หลังจากดราม่าเริ่มรุนแรง ตนสังเกตเห็นว่า "น้องเฌนน์" หยุดไลฟ์และมีอาการผิดปกติ จึงรีบติดต่อขอเบอร์เพื่อโทรไปปรับความเข้าใจ ทางน้องและคุณแม่ตั้งข้อสงสัยว่า ตนเป็นคนโพสต์คลิปหรือไม่ เมื่อได้เคลียร์ใจกันจนเข้าใจ น้องจึงยินดีที่จะกลับเข้าสู่รายการ
ต่อมา ตนพยายามประสานงานกับทางรายการเพื่อขอยกเลิกการสละสิทธิ์ของน้อง แต่เนื่องจากมีการเซ็นเอกสารและผ่านกระบวนการประชุมของกรรมการหลายท่านตามระบบของ AF ทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้ทันเวลา
ถามว่าหลายคนมองว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ เพื่อโปรโมตรายการ เรื่องนี้ทั้งตนเองและผู้บริหารของทรูไม่มีใครมองว่าดรามานี้เป็นเรื่องสร้างสรรค์ และถือเป็นบทเรียนราคาแพงของทีมงานที่คาดไม่ถึงว่าผลกระทบจะรุนแรงขนาดนี้ ต่อไปต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงรายการสด 24 ชั่วโมงที่ไม่มีสคริปต์
Advertisement