
จากกรณีเ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ป่าไม้พื้นที่ ตำรวจสอบสวนกลางกว่า 50 นาย บุกตรวจสอบพุทธอุทยานวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ จ.อุบลราชธานี หลังถูกร้องเรียนรุกป่าสงวน โดยหลวงตาสินทรัพย์ (พระสิ้นคิด) ยืนยันว่า ไม่ได้บุกรุก แต่เป็นผู้ฟื้นฟูป่าจากที่เสื่อมโทรม โดยมีความคลาดเคลื่อนเรื่องแนวเขต และพร้อมส่งคืนพื้นที่ให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน
ล่าสุด "หยอง ลูกหยี" ดาราตลกชื่อดัง ซึ่งเป็นหนึ่งลูกศิษย์ของหลวงตาสินทรัพย์ ได้เปิดใจกับทีมข่าว APOP Today แฉชนวนเหตุเกิดจากความอิจฉาริษยาในหมู่พระสงฆ์ที่จ้องเล่นงานพระนักปฏิบัติที่โด่งดังเพียงข้ามคืน พร้อมฟาดเจ็บหน่วยงานรัฐสองมาตรฐาน นายทุน-นักการเมืองรุกป่ากลับเงียบ ลั่นพร้อมติดคุกแทนพระอาจารย์หากความถูกต้องถูกบิดเบือน
โดย "หยอง ลูกหยี" กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นว่าไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมาย เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลวงตาสินทรัพย์มักถูกร้องเรียนด้วยความอิจฉาริษยาในวงการสงฆ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะจากกลุ่มที่เสียผลประโยชน์เนื่องจากพลังศรัทธาที่หลั่งไหลมาสู่หลวงตาเพียงองค์เดียว
ตนเคยได้รับหนังสือร้องเรียนและลงพื้นที่ไปหาตัวผู้ร้องด้วยตัวเองมาแล้วจึงมั่นใจว่าชนวนเหตุทั้งหมดมาจากกิเลสของคนในผ้าเหลืองแท้ๆ หยองย้ำชัดเจนว่าภาพของหลวงตาที่ถูกเจ้าหน้าที่นับร้อยนายบุกเข้าไปตรวจสอบราวกับอาชญากรร้ายแรงนั้น เป็นสิ่งที่ลูกศิษย์อย่างตนยอมรับไม่ได้และรู้สึกสลดใจเป็นอย่างมาก เพราะตลอด 4 ปีที่ตนสัมผัสมา หลวงตาคือพระผู้มีแต่ให้เพียงหนึ่งเดียวที่เอาเงินออกจากวัดไปช่วยสังคมทุกที่ทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือการสร้างโรงพยาบาลและถนนให้หน่วยงานรัฐ แม้แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือหน่วยงานตํารวจทหาร หลวงตาก็เมตตาช่วยเหลือมาโดยตลอด
ในส่วนของข้อหาบุกรุกป่าตนขอท้าให้ย้อนกลับไปดูภาพเก่าๆ ก่อนที่หลวงตาจะเข้ามาจำพรรษา ซึ่งเดิมทีที่นี่เป็นที่แห้งแล้งกรอบแห้ง แต่หลวงตาเป็นคนสั่งขี้วัวและดินมาเทตามซอกหินเพื่อปลูกต้นไม้ด้วยตัวเองจนปัจจุบันเขียวขจีร่มเย็น ซึ่งการเข้ามาทำประโยชน์นี้ก็ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในยุคก่อนให้จัดทำเป็นพุทธอุทยานเพื่อขยายพื้นที่ดูแลป่าช่วยทางราชการด้วยซ้ำ
ทั้งนี้ขอตั้งคำถามอย่างดุเดือดว่าในขณะที่นักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพลบุกรุกป่าสงวนเป็นพันไร่กลับไม่มีใครกล้าแตะต้อง แต่พอเป็นพระอริยะที่สร้างคนและสร้างธรรมะกลับถูกจ้องทำลาย พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐที่เคยได้รับความเมตตาจากหลวงตาออกมาแสดงความกล้าหาญในการปกป้องคนดีและ ขอยืนยันว่าจากนี้จะไม่นิ่งเฉยและพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาที่พำนักของพระอาจารย์ไว้ เพราะหลวงตาไม่เคยยึดติดในวัตถุ พร้อมจะเดินออกไปแต่เพียงตัวเปล่า แต่ลูกศิษย์และนักปฏิบัตินับพันชีวิตที่นั่นจะอยู่อย่างไรหากความยุติธรรมในประเทศนี้ยังเลือกปฏิบัติเช่นนี้
Advertisement