"ไดอาน่า" ภรรยา "สุรชัย สมบัติเจริญ" ซัดไทม์ไลน์โต้! ถูกพรากรักแรก เผยสาเหตุยอมให้มีครอบครัวที่ไทย? ทั้งที่เพิ่งสมรส ลั่นยึดความถูกต้อง มากกว่าความสุข
ท่ามกลางมหากาพย์ดรามา กรณี "แอ๊ด สุรชัย สมบัติเจริญ" เปิดตัวภรรยาที่จดทะเบียนสมรสด้วยที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนที่ "ร๊อกกี้ สุรบดินทร์" ลูกชายคนโตจะพาคุณแม่เจี๊ยบ และน้องสาวไปเปิดใจผ่านรายการดัง ล่าสุด เฟซบุ๊กเพจของ สุรชัย ได้เคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังเปิดใจออกสื่อครั้งแรกผ่าน "ทนายรณณรงค์"
โดย "ไดอาน่า สมบัติเจริญ" ภรรยาของ สุรชัย ได้โพสต์ไทม์ไลน์เรื่องราวในฝั่งของตนเองเป็นครั้งแรก ระบุแคปชั่นว่า "ไดอาน่า สมบัติเจริญเปิดใจ ไทม์ไลน์ที่ได้ส่งไปให้ทนายรณรงค์ "
- พ.ศ. 2526 ดิฉันไดอาน่า สมบัติเจริญได้จดทะเบียนสมรสกับ สุรชัย สมบัติเจริญ และทำพิธีในโบสถ์คริส โดยชอบด้วยกฎหมาย หลังจากการสมรสไม่นาน ดิฉันได้รับทราบว่ามีผู้หญิงอีกคนหนึ่งอ้างว่าตั้งครรภ์กับเขา แม้จะเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใต้อย่างมาก ดิฉันตัดสินใจอย่างมีสติและเสียสละ โดยขอให้เขากลับประเทศไทย เพื่อรับผิดชอบ
แม้ว่าเขาจะเป็นรักแรกและดิฉันรักเขาอย่างลึกซึ้ง ดิฉันเลือกยึดมั่นในศักดิ์ศรีและความถูกต้องมากกว่าความสุขส่วนตัว ในขณะนั้น แม้แต่ครอบครัวของเขาเองก็ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นบิดาของเด็ก อย่างไรก็ตาม ดิฉันไม่ต้องการมีข้อพิพาทหรือความขัดแย้ง ดิฉันได้ขอหย่า แต่เขาไม่ยินยอม เนื่องจากเราทั้งสองยังมีความรักต่อกัน แม้เช่นนั้น ดิฉันก็ตัดสินใจจากมา
- พ.ศ. 2552 ผู้หญิงคนดังกล่าวได้ดำเนินการจดทะเบียนสมรสกับสุรชัย อย่างไรก็ตาม ขอเรียนให้ชัดเจนว่า สุรชัย ไม่เคยอนุญาตให้เธอใช้นามสกุลของเขา แม้กระนั้น เธอกลับใช้นามสกุลของเขาบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่คลาดเคลื่อนและทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดถึงสถานะที่แท้จริง
- พ.ศ. 2554 เธอได้ย้ายออกจากที่อยู่อาศัยของสุรชัย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งสองไม่ได้อยู่ร่วมกันอีก และความสัมพันธ์ได้สิ้นสุดลงในทางปฏิบัติ เหลือเพียงเอกสารทางกฎหมายเท่านั้น
- พ.ศ. 2564 หลังจากเวลาผ่านไปหลายปี ดิฉันและสุรชัยได้กลับมาติดต่อกันอีกครั้ง เขายืนยันว่าได้ใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังตั้งแต่ปี 2554 เขาได้ขอเดินทางมาเยี่ยมดิฉันในสหรัฐอเมริกา ซึ่งดิฉันตกลงโดยมีเงื่อนไขว่าเขาจะต้องไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้นอีกต่อไป
ภายหลังจากนั้น ดิฉันได้เดินทางไปประเทศไทยเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วยตนเอง และได้เห็นด้วยตาว่าเขาใช้ชีวิตเพียงลำพังจริงตามที่กล่าว ดิฉันจึงตัดสินใจกลับมาสานสัมพันธ์กับเขาอีกครั้ง โดยยึดตามความจริง ไม่ใช่การคาดเดา
ความรู้สึกของดิฉันที่มีต่อเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลง เขาเป็นสุภาพบุรุษ มีความอ่อนโยน และมีจิตใจดีเสมอมา อีกทั้งข้าพเจ้ายังได้รับรู้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาได้เผชิญกับความยากลำบากหลายประการ ซึ่งเขาเก็บไว้เพียงลำพัง
- พ.ศ. 2564 -การบิดเบือนข้อเท็จจริง : ภายหลังจากที่เธอทราบว่าดิฉันกลับมาคบกับสุรชัย เธอได้พยายามสร้างภาพลวงต่อสาธารณะ โดยใช้บุตรสาวคนเล็กเป็นผู้ติดต่อสุรชัย เพื่อเชิญเขาไปที่บ้าน โดยมีเจตนาที่จะจัดฉากถ่ายภาพครอบครัวและเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ การกระทำดังกล่าวเป็นความพยายามอย่างจงใจในการทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าทั้งสองยังคงอยู่ร่วมกัน และเพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม ความพยายามดังกล่าวไม่เป็นผล เนื่องจากความสัมพันธ์ของข้าพเจ้ากับสุรชัยตั้งอยู่บนความจริง
ข้อชี้แจงด้านการเงิน : ขอเรียนชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในช่วงเวลาที่เธอไม่ได้อาศัยอยู่ร่วมกับสุรชัย เธอได้มีการยืมเงินจากแฟนของบุตรสาวของเธอ ซึ่งในขณะนั้นสุรชัยไม่ได้อาศัยอยู่กับเธอ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ
การจดทะเบียนสมรสในปี 2552 – ข้อชี้แจง : สุรชัยได้ชี้แจงภายหลังว่า เขาถูกกดดันให้ลงนามในทะเบียนสมรสเมื่อปี 2552
- พ.ศ. 2566 สุรชัยได้ดำเนินการยื่นฟ้องหย่า ในระยะแรกเธอไม่ยินยอม แต่ภายหลังจึงตกลง โดยเธอขอเป็นผู้ยื่นเรื่องเอง เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตน ซึ่งสุรชัยยินยอม เนื่องจากมีจุดประสงค์เพียง เพื่อยุติเรื่องทั้งหมดและดำเนินชีวิตต่อไป
- พ.ศ. 2567 นางอัฐพรพิมพ์ โกมลเสน ย่อมหย่าให้ สุรชัย สมบัติเจริญ
ข้อชี้แจงสุดท้าย : ข้อกล่าวอ้างใด ๆ ที่ระบุว่าสุรชัยยอมรับว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวนั้น ไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง ข้อมูลหรือการนำเสนอใด ๆ ที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงนี้ ถือเป็นการบิดเบือนและทำให้เกิดความเข้าใจผิด