
ภาพความประทับใจและพลังแห่งความกตัญญูที่ส่งต่อไปถึงศิลปินตลกชั้นครูอย่าง "เด๋อ ดอกสะเดา" หลังจากมีการจัดคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อช่วยเหลือเรื่องค่ารักษาพยาบาล ล่าสุด "คุณเปิ้ล ณภัทร" ลูกสาว เปิดใจกับ APOP Today อัปเดตอาการปัจจุบันของพ่อ พร้อมเผยยอดบริจาคและทิศทางการดูแลรักษาในปัจจุบัน อีกทั้งก็ได้ชี้แจงประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย หลังจากที่มีกระแสวิจารณ์ถึงการดูแลคุณพ่อที่ปัจจุบันพักรักษาตัวอยู่ที่ศูนย์ฟื้นฟูดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเธอก็ได้เปิดใจทุกประเด็น
"เปิ้ล ณภัทร" ลูกสาว "เด๋อ ดอกสะเดา" เปิดใจความรู้สึกหลังจบการจัดคอนเสิร์ตการกุศลช่วยเหลือคุณพ่อ เล่าว่า รู้สึกปลื้มใจและภูมิใจในความดีของคุณพ่อที่ทำให้มีคนมาร่วมงานและส่งกำลังใจให้มากมาย โดยเฉพาะ "อาเป็ด เชิญยิ้ม" และศิลปินตลกอาวุโส รวมถึงพี่น้องในวงการทุกคนที่มาร่วมงานแม้จะไม่ได้ขึ้นเวทีก็ตามในวันงานพ่อเด๋อก็ได้รับชมไลฟ์สดอยู่ที่ศูนย์พักฟื้น เมื่อเห็นภาพเพื่อนพี่น้องร่วมวงการมาช่วยกันก็ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นภาวะทางอารมณ์จากอาการสโตรกที่ทำให้เซนซิทีฟง่าย แต่ยืนยันว่าคุณพ่อมีความจำดีเยี่ยมและจำทุกคนได้ดี
สำหรับยอดเงินช่วยเหลือจากคอนเสิร์ตและการบริจาค ตนได้เผยว่า อยู่ที่ประมาณ 1,230,000 บาท โดยเงินจำนวนนี้ส่วนหนึ่งได้นำไปแบ่งปันเพื่อช่วยเหลือศิลปินตลกร่วมวงการที่กำลังล้มป่วยหนักและอยู่ในสภาวะติดเตียงเช่นเดียวกัน คือ "เดฟ เชิญยิ้ม" และ "โอเลี้ยง เชิญยิ้ม" โดยมอบให้คนละ 100,000 บาท ผ่านทาง "หม่ำ จ๊กมก" เพื่อเป็นตัวแทนนำไปมอบให้ ซึ่งก็ได้ถามกับ "พ่อเด๋อ" ท่านก็ได้พยักหน้ารับรู้และยินดีที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนพ้อง
ในส่วนของอาการป่วยของคุณพ่อในปัจจุบัน เจ้าตัวให้ข้อมูลว่า พ่อมีสภาพจิตใจที่สดใสขึ้นมาก เริ่มหัวเราะได้และมีความมุ่งมั่นที่จะกลับมาเดินให้ได้อีกครั้ง ปัจจุบันให้คะแนนทางใจอยู่ที่ 70% ส่วนร่างกายประมาณ 50% มีการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องวันละ 1 ชั่วโมง รวมถึงได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากแพทย์ที่นำเครื่องมือทันสมัย คลื่นแม่เหล็ก มาช่วยกระตุ้นเส้นประสาทและกล้ามเนื้อฟรี โดยพ่อก็เริ่มฝึกยืนได้บ้างแล้ว และสามารถนั่งรถเข็นออกไปข้างนอกได้นานขึ้น ตนก็ต้องดูแลใกล้ชิดด้วยตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องการดูดเสมหะ ซึ่งต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงอากาศเปลี่ยนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
ทั้งนี้ก็ถามถึงสภาพจิตใจของ คุณเปิ้ล เองที่ต้องดูแลผู้ป่วย เจ้าตัวยอมรับว่า การดูแลผู้ป่วยติดเตียงมีช่วงที่เหนื่อยและเครียดบ้าง เนื่องจากต้องอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเป็นเวลานาน แต่เธอก็ใช้ธรรมะและการฝึกจิตเข้าช่วย พร้อมทั้งมี "อาเป็ด เชิญยิ้ม" ที่คอยเป็นที่ปรึกษาและเป็นเหมือนพ่อคนที่สองที่คอยประคับประคองมาโดยตลอด เป้าหมายสูงสุดคืออยากให้คุณพ่อกลับมาแข็งแรงพอที่จะออกไปใช้ชีวิตข้างนอก หรือกลับไปขายของอย่างที่พ่อรัก เพราะพ่อเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่นิ่งและมีใจสู้เกินร้อย พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ครอบครัวดอกสะเดาในครั้งนี้
ถามถึงคอมเมนต์ชาวเน็ตที่มาบั่นทอนจิตใจ ตนก็บอกว่า ตนไม่เคยอ่าน แต่เราก็มองว่า เขาไม่รู้จักเราหรอก อะไรอย่างนี้ เราก็อย่าไปคิดมาก ถ้าเราเอาเขามาคิดมาก คนที่จะเดือดร้อนก็คือพ่อเรา เราก็จะต้องไปลงอารมณ์ที่พ่อเรา เราก็อย่าไปสนใจดีกว่า ถ้าใครเขาอยากรู้เขามาหาเราดีกว่า
ส่วนคอมเมนต์สงสัยเอาพ่อมาไว้ศูนย์ฟื้นฟู ตนบอกว่า การที่มาอยู่ศูนย์ สมัยนี้มันไม่เหมือนสมัยก่อน เพราะว่าการดูแลเขาดีกว่าเรา ในการเปลี่ยนแพมเพิร์ส ในการที่ว่า พี่กลัวการติดเตียง ถ้าเอาไปทำเอง ตนอยู่คนเดียว ทำเอง กว่าจะพลิกซ้ายพลิกขวา ซอกนู้นซอกนี้เราทำไม่สะอาด เราสู้ศูนย์ไม่ได้เอาไว้ที่ศูนย์ แต่เราอยู่กับพ่อ มันเหมือนอยู่บ้าน มันดีกว่าอยู่แล้ว แต่ยืนยันไม่เคยทิ้งพ่อ ตนมาทุกวัน อยู่ด้วยกันทุกวัน ทุกคืน
เรื่องคอมเมนต์วิจารณ์หวังมรดกและสมบัติ ตนชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่มีและไม่เคยมีความคิดอยู่แล้ว เพราะทุกอย่างมันก็ต้องทำเพื่อพ่อหมด เราไม่เคยมีปัญหาเรื่องพวกนี้ แล้วก็มั่นใจตัวเอง มั่นใจ เพราะคนรอบข้างรู้จักเราดี เราไม่ต้องฟังจากคนที่ไม่รู้จักเรา เราต้องฟังจากคนที่รู้จักเรา เขาให้กำลังใจเรา แปลว่าเราเป็นคนดีพอสมควร เราเป็นลูกก็ต้องทำ เพราะพ่อก็เลี้ยงดูเรากันมา ถึงจะไม่ตลอดเวลา หรือประคบประหงมขนาดนั้น แต่เราเป็นลูก เราก็ต้องทำ เพราะพ่อทำมาเพื่อเราเยอะแล้ว ตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะต้องให้คุณพ่อกลับมาให้ดีที่สุด จะมากจะน้อยก็ต้องให้กลับมา
Advertisement