
เมื่อเวลา 14.00 น. (5 พ.ย. 2569) ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 บก.สอท.2 เมืองทองธานี พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รองผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง จตร.ชรก.บช.สอท. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.สอท.1 พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทยผบก.สอท.5 พ.ต.อ.บัญชา ศรีสุข รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์ นัยผ่องศรี ผกก.2 บก.สอท.1 พ.ต.อ.สุทธิชัย เทียนโพธิ์ ผกก.3 บก.สอท.5 พ.ต.ท.ศรายุ กลิ่นหอม รอง ผกก. กลุ่มงานสนับสนุนทางไซเบอร์ บก.ตอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ ร่วมกันแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการทลาย 3 เครือข่ายเว็บพนันใหญ่ เงินหมุนรวมกันกว่า 3,380 ล้าน รวบแล้ว 25 ราย
พล.ต.ต.อรุษ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนพบเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ จึงทำการสืบสวนจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ จำนวน 3 เครือข่าย จับกุมผู้ต้องหารวม 25 ราย เงินหมุนรวมกว่า 3,380 ล้าน
คดีแรก พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนเบาะแสเว็บไซต์พนันออนไลน์เครือข่าย ize147 ซึ่งได้ลักลอบเปิดให้บริการการพนันออนไลน์หลายรูปแบบ มีสมาชิกผู้เล่นกว่า 100,000 ราย โดยจากการตรวจสอบกลุ่มบัญชีในเครือข่าย พบว่ามีบัญชีธนาคารหนึ่งที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจขนส่งสินค้า ได้มีรายการเดินบัญชีผิดปกติในระยะเวลาเพียง 5 วัน ระหว่างวันที่ 12-16 มิ.ย. 2569 พบว่ามีเงินโอนเข้ารวมกันสูงถึง 19,354,306 บาท และมีเงินโอนออกรวมกันสูงถึง 18,682,545 บาท ทั้งที่เป็นบริษัทเพิ่งเปิดดำเนินกิจการได้ไม่นาน โดยเมื่อตรวจสอบเงินหมุนเวียนรวมของเครือข่ายเว็บต์พนันออนไลน์ดังกล่าวแล้ว คาดว่ามีเงินหมุนเวียนอย่างน้อย 120 ล้านต่อเดือน หรือรวมแล้วกว่า 2,880 ล้านบาทต่อปี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออำนาจศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวมจำนวน 29 ราย
พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์ เปิดเผยอีกว่า จับกุมผู้ต้องหา 9 ราย
1. น.ส.นพวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี
2. น.ส.จันทร์จิรา (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี
3. นายจักรฤษณ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี
4. น.ส.ระเบียบ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี
5. นางสมพิศ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี หนึ่งในกรรมการบริษัทที่ไม่ได้ประกอบกิจการจริง
6. นายวัชระ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี หนึ่งในกรรมการบริษัทที่ไม่ได้ประกอบกิจการจริง
6. นายเชษฐา (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี
7. นายชัยวัฒณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี
และยังมีผู้ต้องหาเดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 2 ราย รวมจับกุมได้แล้วทั้งสิ้น 9 ราย
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เข้าตรวจค้นและตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง
1. บ้านหรูในพื้นที่กรุงเทพกรีฑา กทม. 1 หลัง มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
2. บ้านพร้อมที่ดินเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
3. รถยนต์สปอร์ต Nissan GT-R 1 คัน มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท
4. ชุดคอมพิวเตอร์
5. โทรศัพท์
6. สมุดเช็คธนาคาร
7. สมุดบัญชีธนาคาร
8. เอกสารบัญชีรายรับ - รายจ่าย รวมมูลค่าของกลางทั้งสิ้นกว่า 28 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวดำเนินคดีในความผิดร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน สมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 2 : พ.ต.อ.บัญชา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทลายเครือข่ายเว็บพนัน TAIPEI999A จับกุม 12 ราย หลังพบเพียง 17 วัน เงินหมุนเวียนกว่า 380 ล้านบาท
พ.ต.ท.ศรายุ เปิดเผยว่า สืบสวนเบาะแสเว็บไซต์พนันออนไลน์ เครือข่าย taipei999a ซึ่งลักลอบเปิดให้บริการพนันออนไลน์หลายประเภท จากการวิเคราะห์เส้นทางการเงิน พบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย กลุ่มบัญชีรับเติมเงินจากผู้เล่น กลุ่มบัญชีฝาก/ถอนหน้าเว็บพนัน กลุ่มบัญชีม้านิติบุคคลในรูปห้างหุ้นส่วนจำกัดที่จดทะเบียนบังหน้าเพื่อใช้พักและโยกย้ายเงิน (ฟอกเงิน) โดยมีผู้จัดการทางการเงินของเครือข่ายเป็นผู้เดินบัญชี นำบัตร ATM ของบุคคลอื่นจำนวนหลายใบไปทำธุรกรรมโอนเงินและถอนเงินสดที่ตู้ ATM ติดต่อกันครั้งละจำนวนมาก ก่อนส่งต่อเงินไปยังกลุ่มผู้รับผลประโยชน์ เบื้องต้นในห้วงระยะเวลาเพียง 17 วัน (ระหว่างวันที่ 10 - 26 พ.ค. 2569) พบเงินหมุนเวียนในบัญชีเครือข่าย จำนวน 17 บัญชี รวมกันกว่า 380ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี 18 ราย พร้อมทั้งขออนุมัติหมายค้นต่อศาลจังหวัดสงขลาได้สำเร็จ
จึงได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นพร้อมกันในพื้นที่ อ.เมืองสงขลา และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 12 ราย ดังนี้
1. นายวัลลภ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ทำหน้าที่ เจ้าของบัญชีฝาก ถอนหน้าเว็บพนัน
2. นายภูษิต (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ทำหน้าที่ ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ใช้บัญชีนิติบุคคลเป็นบัญชีถอนหน้าเว็บพนัน
3. นายธีระเดช (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ทำหน้าที่ ผู้จัดการทางการเงินของเครือข่าย
4. นายรุ่งอรุณ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ทำหน้าที่ เจ้าของบัญชีเติมเงินเว็บพนัน
5. น.ส.วิลาพรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ทำหน้าที่ เจ้าของบัญชีเติมเงินเว็บพนัน
6. นายวิศรุต (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ทำหน้าที่ ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด (บัญชีม้านิติบุคคล ฟอกเงิน)
7. นายศุภณัฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ทำหน้าที่ ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด และเจ้าของบัญชีผู้รับผลประโยชน์
8. นางปพิชญา (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ทำหน้าที่ เจ้าของบัญชีผู้รับผลประโยชน์
9. นางสุลัดดา (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ทำหน้าที่ เจ้าของบัญชีผู้รับผลประโยชน์
10. น.ส.สุวิตา (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ทำหน้าที่ เจ้าของบัญชีผู้รับผลประโยชน์
11. น.ส.ฉวีวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ทำหน้าที่ เจ้าของบัญชีผู้รับผลประโยชน์
12. น.ส.ธนวัน (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ทำหน้าที่ เจ้าของบัญชีผู้รับผลประโยชน์
โดยจากการตรวจค้นบ้านพักและจับกุมตัวนายธีระเดช ผู้จัดการทางการเงินของเครือข่าย เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลาง 7 รายการ ได้แก่ เงินสด จำนวน 1,570,000 บาท, บัตร ATM ที่ระบุชื่อบุคคลอื่น จำนวน 12 ใบ, คอมพิวเตอร์ All in One จำนวน 1 ชุด, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง, ชุดเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ขณะทำธุรกรรมที่ตู้ ATM จำนวน 1 ชุด และกระเป๋าสะพายข้าง จำนวน 1 ใบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดฐาน ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, ร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” นำตัวผู้ต้องหาฝากควบคุมตัวระหว่างการสอบสวนที่ สภ.ขุนทะเล จังหวัดสุราษฎร์ธานี และส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.5 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 3 : ทลายเว็บพนัน VIP.GT289TH3 รวบ 4 ราย หลังพบเงินหมุนกว่า 120 ล้านบาท
พ.ต.อ.สุทธิชัย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนเบาะแสการกระทำผิดของเว็บไซต์พนันออนไลน์ เครือข่าย VIP.GT289TH3 ได้ลักลอบจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ ตรวจสอบข้อมูลพบว่าได้เปิดบริการเมื่อช่วงปลายปี 2565 มีสมาชิกผู้เล่นกว่า 200,000 ราย ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน หรือกว่า 120 ล้านบาทต่อปี
ต่อมาจึงได้นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขอศาลอาญาออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดได้แล้ว 5 ราย ได้แก่ กลุ่มบัญชีม้าฝาก-ถอนเงินลูกค้า, กลุ่มแอดมินเว็บพนัน และ กลุ่มผู้ถอนเงินและรับผลประโยชน์จากเว็บพนัน ต่อมาจึงได้ขออนุมัติหมายค้นต่อศาลจังหวัดอุดรธานี เพื่อเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดในเครือข่ายดังกล่าว
จึงเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ จ.อุดรธานีจับกุม
1. นายฉัตรชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ผู้ทำหน้าที่ถอนเงินสด พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมจอแสดงผล โทรศัพท์มือถือ บัตรกดเงินสด (ATM) และเสื้อผ้าที่ใช้ขณะกระทำความผิด
2. นายพงศธร (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ผู้ทำหน้าที่แอดมินดูแลระบบเว็บไซต์พนันออนไลน์ พร้อมตรวจยึด
เครื่องคอมพิวเตอร์และจอแสดงผลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
3. น.ส.นิรุศรา (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ผู้ทำหน้าที่เป็นแอดมินดูแลระบบเว็บไซต์พนันออนไลน์ พร้อมตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
4. นางสว่าง (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี ผู้ทำหน้าที่บัญชีม้า
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในฐานความผิดเกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันฟอกเงิน โดยผู้ต้องหาบางรายมีข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และการเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์เพื่อกระทำความผิด
พล.ต.ต.อรุษ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี หรือบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเพิ่มเติม และตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อยึดและอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยในช่วงวันที่ 1 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2569 บช.สอท. มีผลการจับกุมการพนันออนไลน์ 108 ราย ครอบคลุมทั้งเจ้าของเว็บไซต์ 12 คน แอดมิน 10 คน ผู้ดูแลการเงิน 4 คน และผู้รับผลประโยชน์ 2 คน รวมถึงผู้โฆษณาหรือชักชวน 21 คน เจ้าของบัญชีม้า 42 คน และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ โดยพบเงินหมุนเวียนของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องรวมประมาณ 2,500 ล้านบาทต่อปี พร้อมตรวจยึดของกลางรวมมูลค่า 32.32 ล้านบาท
Advertisement