
วันที่ 27 ต.ค. 69 จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ ปรากฏภาพเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 3 คน รุมทำร้ายร่างกายชาย 1 คน ซึ่งเป็นญาติผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บ บริเวณชั้น 1 ตึกผู้ป่วย 298 ภายในโรงพยาบาล จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์นั้น
ทั้งนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เจ้าของคดี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุนายพีระพงศ์ อายุ 40 ปี ซึ่งเป็น 1 ในเจ้าหน้าที่ รปภ.ของโรงพยาบาล ได้เดินทางเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่า ถูกชายคนดังกล่าวต่อยทำร้ายร่างกายก่อน ส่วนชายที่อยู่ในคลิปที่ถูกกลุ่ม รปภ.ทั้ง 3 คน รุมทำร้ายนั้น ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้าย โดย รปภ.คนที่เข้าแจ้งความกับตำรวจอ้างว่าถูกชายคนดังกล่าว ซึ่งไม่แน่ใจว่ามีอาการเมาหรือไม่พยายามจะขึ้นไปเยี่ยมญาติแต่ยังไม่ถึงเวลา ทำให้ชายคนดังกล่าวส่งเสียงเออะโวยวาย และเมื่อ รปภ.เข้าไปห้ามชายคนดังกล่าวได้ชกต่อย รปภ.ก่อนจนเกิดการชกต่อยกันขึ้น และรปภ.ได้ช่วยกันรุมทำร้ายชายคนดังกล่าวจนได้รับบาดเจ็บ และพบว่าชายคนดังกล่าวมีอาวุธมีด จำนวน 2 เล่ม ติดตัวมาด้วย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดของกลางดังกล่าวไว้แล้วจำนวน 2 รายการ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ขณะที่ฝั่งญาติคนเจ็บที่ถูก รปภ.ทำร้าย ยังไม่ได้มีการเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช
ต่อมา โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กรณีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายบุคคลอื่นนั้น
โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ขอยืนยันว่า โรงพยาบาลมิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และกำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาลไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ เมื่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น จะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
ขณะที่ล่าสุด นายธีรพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า หลังจากได้เห็นคลิปดังกล่าวแล้ว รู้สึกไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าวโดยละเอียดว่าเป็นมาอย่างไร ใครถูกใครผิด
ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนเอง และคณะผู้บริหารโรงพยาบาล ไม่สนับสนุนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และต้องขออภัยประชาชนทีทำให้เกิดความไม่สบายใจจากคลิปดังกล่าว
อย่างไรก็ตามตนได้สั่งการให้เร่งดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จ และจะรายงานผลให้สื่อมวลชนทราบต่อไป
Advertisement