Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
แม่คาใจลูกสาววัย19 พลัดตกตึกสูงพัทยาดับปริศนา วอนสอบแฟนต่างชาติ

แม่คาใจลูกสาววัย19 พลัดตกตึกสูงพัทยาดับปริศนา วอนสอบแฟนต่างชาติ

24 ต.ค. 69
14:35 น.
แชร์

แม่คาใจร้องสายไหมต้องรอด! ลูกสาววัย 19 พลัดตกตึกสูงพัทยาดับปริศนา หวั่นไร้ความยุติธรรม วอนตรวจสอบแฟนต่างชาติ หลังพบภาพวงจรปิดอุ้มหญิงขึ้นคอนโด 

วันที่ 24 ต.ค. 69 น.ส. ประทุมมา อายุ 39 ปี แม่ของ น.ส.จารุพิชญา หรือ น้องครีม อายุ 19 ปี เดินทางเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังลูกสาวเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 69 ที่โรงพยาบาลชลบุรี ภายหลังตกจากตึกสูง 4 ชั้น บริเวณเขาพระตำหนัก ซอย 4 เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 69 โดยแม่ตั้งข้อสงสัยว่า แฟนหนุ่มชาวเดนมาร์กของลูกสาวอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต จึงต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม 

น.ส.ประทุมมา เปิดเผยว่า ลูกสาวรู้จักกับนายมาร์ติน อายุ 59 ปี ชาวเดนมาร์ก เมื่อประมาณปี 66 กระทั่งปี 68 หลังคบหากันได้ประมาณ 2 ปี ฝ่ายชายบอกว่าจะมาขอแต่งงาน ขณะนั้นลูกสาวทำงานเป็นพนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านพัทยา แต่ตนไม่ยินยอม เพราะทราบว่าระหว่างคบหากัน ฝ่ายชายมักทำร้ายร่างกายลูกสาวอยู่บ่อยครั้ง ทั้งทุบตี เตะ และต่อย จนปากฉีกและมีบาดแผล อย่างไรก็ตาม ตนไม่มีภาพถ่ายเป็นหลักฐาน เนื่องจากลบภาพทั้งหมดไปแล้ว 

การที่ตนไม่ยินยอมให้แต่งงาน ทำให้ลูกสาวไม่พอใจ เพราะเชื่อว่าลูกสาวรักฝ่ายชายมาก แม้จะถูกทำร้ายร่างกายก็ยังยอมคบหาต่อ แม้ตนจะพยายามบอกให้เลิกกันก็ตาม 

ระหว่างคบหากัน ลูกสาวพักอาศัยอยู่กับฝ่ายชายที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในพัทยากลาง แต่เมื่อฝ่ายชายเดินทางกลับประเทศ ลูกสาวจะกลับมาอยู่ที่บ้านของตน เนื่องจากฝ่ายชายค่อนข้างหึงหวง และคอยติดตามตัวลูกสาวอยู่ตลอด ถึงขั้นติดตั้ง GPS เพื่อติดตามตำแหน่งของลูกสาวด้วย 

ต่อมา ช่วงปลายเดือน ส.ค. 69 ลูกสาวโทรศัพท์หาตนในช่วงกลางดึกขณะอยู่ที่คอนโดมิเนียม โดยบอกว่าไม่สบาย เนื่องจากฝ่ายชายออกไปดื่มสุราข้างนอกและไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งโทรศัพท์ไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่อ่าน ลูกสาวจึงขอให้ตนช่วยติดต่อฝ่ายชาย 

กระทั่งช่วงใกล้รุ่ง ฝ่ายชายเดินทางกลับมา และทำร้ายร่างกายลูกสาว โดยตบหน้า ก่อนอุ้มลูกสาวขึ้นแล้วทุ่มลงกับพื้น จนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนานเกือบ 10 วัน 

หลังลูกสาวออกจากโรงพยาบาลในช่วงต้นเดือน ก.ย. โดยประมาณวันที่ 1-3 ก.ย.  ตนยังสามารถติดต่อลูกสาวได้ แต่ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. เป็นต้นมา กลับไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้อีก ทำให้เกิดความผิดสังเกต จึงเดินทางจากจังหวัดเพชรบูรณ์มาที่พัทยาเพื่อไปหาลูกสาวที่ห้องพัก ซึ่งลูกสาวแยกออกมาเช่าไว้ เนื่องจากเวลาถูกฝ่ายชายทำร้ายจะได้แอบมาพักที่ห้องดังกล่าว 

เมื่อเดินทางไปถึง ตนพบลูกสาวอยู่กับฝ่ายชายที่ห้องพัก แต่ในขณะนั้นไม่พบสิ่งผิดปกติที่ทำให้สงสัยว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น 

ต่อมาวันที่ 13 ก.ย. 69 ลูกสาวเดินทางมาหาตนที่บ้านญาติในพัทยา ซึ่งเปิดเป็นร้านอาหาร โดยทั้งคู่ได้สังสรรค์และดื่มด้วยกัน ก่อนที่ลูกสาว ตน และแฟนหนุ่มชาวต่างชาติจะออกไปเที่ยวต่อในคืนนั้น 

ระหว่างเที่ยวและดื่มกิน ลูกสาวกับแฟนหนุ่มเกิดทะเลาะกัน โดยตนจับใจความได้ว่าเป็นเรื่องหึงหวงเกี่ยวกับผู้หญิง ลูกสาวจึงบอกให้ตนกลับที่พักไปก่อนในเวลาประมาณ 22.00 น. เนื่องจากต้องการเคลียร์ปัญหากับแฟนหนุ่ม พร้อมนัดหมายว่าจะพบกันอีกครั้งในช่วงเที่ยงของวันรุ่งขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ไปตามเวลานัด แต่เดินทางไปหาลูกสาวในเวลาประมาณ 16.00 น. เมื่อไปถึงห้องพักและเคาะประตูเรียก แต่ไม่มีใครมาเปิด จึงลงไปรออยู่ด้านล่าง กระทั่งผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง มีคนจากบริเวณที่พักมาแจ้งว่าลูกสาวตกจากตึกลงมาจากห้องพัก ขณะเกิดเหตุทะเลาะกับแฟนหนุ่ม 

ตนรู้สึกตกใจ และรีบตามหาลูกสาว ก่อนจะพบว่าลูกสาวเข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลในห้องไอซียู โดยมีอาการสาหัส บางครั้งยังรับรู้ได้ แต่ไม่สามารถขยับตัวได้ และอยู่ในภาวะช็อกตลอดเวลา นอกจากนี้ ลูกสาวยังเคยขาดอากาศหายใจไปประมาณ 4 นาที ก่อนจะได้รับการช่วยชีวิตจนกลับมามีสัญญาณชีพอีกครั้ง 

อย่างไรก็ตาม ตนไม่พบว่าแฟนหนุ่มชาวต่างชาติเดินทางมาอยู่ที่โรงพยาบาล เพื่อเฝ้าดูอาการลูกสาวแต่อย่างใด 

หลังเกิดเหตุ ตนเดินทางไปสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ถึงสาเหตุที่ลูกสาวตกตึก โดยได้รับแจ้งว่า ลูกสาวเกิดอาการหลอนจากยาเสพติด และทำร้ายแฟนหนุ่มชาวต่างชาติ ก่อนจะกระโดดตึกลงมาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งในขณะนั้นตนรับทราบข้อมูลเพียงเท่านี้ และไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ จึงกลับไปเฝ้าดูอาการลูกสาวที่โรงพยาบาล 

กระทั่งวันที่ 16 ก.ย. 69 ลูกสาวเสียชีวิต หลังเข้ารับการรักษาได้เพียง 3 วันนับจากวันที่เกิดเหตุ 

ภายหลังเกิดเหตุ ตนเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต จึงพยายามตรวจสอบและหาหลักฐาน ก่อนพบภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพแฟนหนุ่มชาวต่างชาติขณะอุ้มลูกสาวขึ้นลิฟต์ ทำให้ตนไม่เชื่อมั่นว่าลูกสาวจะกระโดดตึกลงมาเอง จึงเดินทางมาร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาว 

ทั้งนี้ ตนยืนยันว่า หากผลการตรวจสอบและพยานหลักฐานชี้ชัดว่าลูกสาวกระโดดตึกลงมาเอง ก็พร้อมยอมรับข้อเท็จจริง แต่หากพบว่ามีบุคคลใดทำให้เกิดเหตุจนลูกสาวเสียชีวิต ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด 

ด้านนายเอกภพ ระบุว่า จะช่วยประสานไปยัง พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ว่าปมเหตุของเรื่องเกิดจากอะไร และทำไมผู้เสียชีวิตถึงได้ร่วงตกไปแบบนั้น จะต้องมีการพิสูจน์อย่างละเอียด เนื่องจากพบความผิดปกติหลายอย่าง อีกทั้งก่อนหน้านี้ทราบว่าผู้เสียชีวิตเคยไปแจ้งความที่ สภ.เมืองชลบุรี จากการถูกสามีต่างชาติทำร้ายแต่กลับไม่มีความคืบหน้าทางคดีกระทั่งมาเสียชีวิตลง ซึ่งครอบครัวผู้เสียหายเสียลูกสาวไปแล้ว จะต้องให้มาเสียความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมอีกหรือ ซึ่งเรื่องนี้ตนจะช่วยประสานไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อช่วยตรวจสอบในคดีดังกล่าว

Advertisement

แชร์
แม่คาใจลูกสาววัย19 พลัดตกตึกสูงพัทยาดับปริศนา วอนสอบแฟนต่างชาติ