
วันที่ 24 ต.ค. 69 น.ส. ประทุมมา อายุ 39 ปี แม่ของ น.ส.จารุพิชญา หรือ น้องครีม อายุ 19 ปี เดินทางเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังลูกสาวเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 69 ที่โรงพยาบาลชลบุรี ภายหลังตกจากตึกสูง 4 ชั้น บริเวณเขาพระตำหนัก ซอย 4 เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 69 โดยแม่ตั้งข้อสงสัยว่า แฟนหนุ่มชาวเดนมาร์กของลูกสาวอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต จึงต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม
น.ส.ประทุมมา เปิดเผยว่า ลูกสาวรู้จักกับนายมาร์ติน อายุ 59 ปี ชาวเดนมาร์ก เมื่อประมาณปี 66 กระทั่งปี 68 หลังคบหากันได้ประมาณ 2 ปี ฝ่ายชายบอกว่าจะมาขอแต่งงาน ขณะนั้นลูกสาวทำงานเป็นพนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านพัทยา แต่ตนไม่ยินยอม เพราะทราบว่าระหว่างคบหากัน ฝ่ายชายมักทำร้ายร่างกายลูกสาวอยู่บ่อยครั้ง ทั้งทุบตี เตะ และต่อย จนปากฉีกและมีบาดแผล อย่างไรก็ตาม ตนไม่มีภาพถ่ายเป็นหลักฐาน เนื่องจากลบภาพทั้งหมดไปแล้ว
การที่ตนไม่ยินยอมให้แต่งงาน ทำให้ลูกสาวไม่พอใจ เพราะเชื่อว่าลูกสาวรักฝ่ายชายมาก แม้จะถูกทำร้ายร่างกายก็ยังยอมคบหาต่อ แม้ตนจะพยายามบอกให้เลิกกันก็ตาม
ระหว่างคบหากัน ลูกสาวพักอาศัยอยู่กับฝ่ายชายที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในพัทยากลาง แต่เมื่อฝ่ายชายเดินทางกลับประเทศ ลูกสาวจะกลับมาอยู่ที่บ้านของตน เนื่องจากฝ่ายชายค่อนข้างหึงหวง และคอยติดตามตัวลูกสาวอยู่ตลอด ถึงขั้นติดตั้ง GPS เพื่อติดตามตำแหน่งของลูกสาวด้วย
ต่อมา ช่วงปลายเดือน ส.ค. 69 ลูกสาวโทรศัพท์หาตนในช่วงกลางดึกขณะอยู่ที่คอนโดมิเนียม โดยบอกว่าไม่สบาย เนื่องจากฝ่ายชายออกไปดื่มสุราข้างนอกและไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งโทรศัพท์ไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่อ่าน ลูกสาวจึงขอให้ตนช่วยติดต่อฝ่ายชาย
กระทั่งช่วงใกล้รุ่ง ฝ่ายชายเดินทางกลับมา และทำร้ายร่างกายลูกสาว โดยตบหน้า ก่อนอุ้มลูกสาวขึ้นแล้วทุ่มลงกับพื้น จนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนานเกือบ 10 วัน
หลังลูกสาวออกจากโรงพยาบาลในช่วงต้นเดือน ก.ย. โดยประมาณวันที่ 1-3 ก.ย. ตนยังสามารถติดต่อลูกสาวได้ แต่ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. เป็นต้นมา กลับไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้อีก ทำให้เกิดความผิดสังเกต จึงเดินทางจากจังหวัดเพชรบูรณ์มาที่พัทยาเพื่อไปหาลูกสาวที่ห้องพัก ซึ่งลูกสาวแยกออกมาเช่าไว้ เนื่องจากเวลาถูกฝ่ายชายทำร้ายจะได้แอบมาพักที่ห้องดังกล่าว
เมื่อเดินทางไปถึง ตนพบลูกสาวอยู่กับฝ่ายชายที่ห้องพัก แต่ในขณะนั้นไม่พบสิ่งผิดปกติที่ทำให้สงสัยว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น
ต่อมาวันที่ 13 ก.ย. 69 ลูกสาวเดินทางมาหาตนที่บ้านญาติในพัทยา ซึ่งเปิดเป็นร้านอาหาร โดยทั้งคู่ได้สังสรรค์และดื่มด้วยกัน ก่อนที่ลูกสาว ตน และแฟนหนุ่มชาวต่างชาติจะออกไปเที่ยวต่อในคืนนั้น
ระหว่างเที่ยวและดื่มกิน ลูกสาวกับแฟนหนุ่มเกิดทะเลาะกัน โดยตนจับใจความได้ว่าเป็นเรื่องหึงหวงเกี่ยวกับผู้หญิง ลูกสาวจึงบอกให้ตนกลับที่พักไปก่อนในเวลาประมาณ 22.00 น. เนื่องจากต้องการเคลียร์ปัญหากับแฟนหนุ่ม พร้อมนัดหมายว่าจะพบกันอีกครั้งในช่วงเที่ยงของวันรุ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ไปตามเวลานัด แต่เดินทางไปหาลูกสาวในเวลาประมาณ 16.00 น. เมื่อไปถึงห้องพักและเคาะประตูเรียก แต่ไม่มีใครมาเปิด จึงลงไปรออยู่ด้านล่าง กระทั่งผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง มีคนจากบริเวณที่พักมาแจ้งว่าลูกสาวตกจากตึกลงมาจากห้องพัก ขณะเกิดเหตุทะเลาะกับแฟนหนุ่ม
ตนรู้สึกตกใจ และรีบตามหาลูกสาว ก่อนจะพบว่าลูกสาวเข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลในห้องไอซียู โดยมีอาการสาหัส บางครั้งยังรับรู้ได้ แต่ไม่สามารถขยับตัวได้ และอยู่ในภาวะช็อกตลอดเวลา นอกจากนี้ ลูกสาวยังเคยขาดอากาศหายใจไปประมาณ 4 นาที ก่อนจะได้รับการช่วยชีวิตจนกลับมามีสัญญาณชีพอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ตนไม่พบว่าแฟนหนุ่มชาวต่างชาติเดินทางมาอยู่ที่โรงพยาบาล เพื่อเฝ้าดูอาการลูกสาวแต่อย่างใด
หลังเกิดเหตุ ตนเดินทางไปสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ถึงสาเหตุที่ลูกสาวตกตึก โดยได้รับแจ้งว่า ลูกสาวเกิดอาการหลอนจากยาเสพติด และทำร้ายแฟนหนุ่มชาวต่างชาติ ก่อนจะกระโดดตึกลงมาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งในขณะนั้นตนรับทราบข้อมูลเพียงเท่านี้ และไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ จึงกลับไปเฝ้าดูอาการลูกสาวที่โรงพยาบาล
กระทั่งวันที่ 16 ก.ย. 69 ลูกสาวเสียชีวิต หลังเข้ารับการรักษาได้เพียง 3 วันนับจากวันที่เกิดเหตุ
ภายหลังเกิดเหตุ ตนเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต จึงพยายามตรวจสอบและหาหลักฐาน ก่อนพบภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพแฟนหนุ่มชาวต่างชาติขณะอุ้มลูกสาวขึ้นลิฟต์ ทำให้ตนไม่เชื่อมั่นว่าลูกสาวจะกระโดดตึกลงมาเอง จึงเดินทางมาร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาว
ทั้งนี้ ตนยืนยันว่า หากผลการตรวจสอบและพยานหลักฐานชี้ชัดว่าลูกสาวกระโดดตึกลงมาเอง ก็พร้อมยอมรับข้อเท็จจริง แต่หากพบว่ามีบุคคลใดทำให้เกิดเหตุจนลูกสาวเสียชีวิต ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ด้านนายเอกภพ ระบุว่า จะช่วยประสานไปยัง พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ว่าปมเหตุของเรื่องเกิดจากอะไร และทำไมผู้เสียชีวิตถึงได้ร่วงตกไปแบบนั้น จะต้องมีการพิสูจน์อย่างละเอียด เนื่องจากพบความผิดปกติหลายอย่าง อีกทั้งก่อนหน้านี้ทราบว่าผู้เสียชีวิตเคยไปแจ้งความที่ สภ.เมืองชลบุรี จากการถูกสามีต่างชาติทำร้ายแต่กลับไม่มีความคืบหน้าทางคดีกระทั่งมาเสียชีวิตลง ซึ่งครอบครัวผู้เสียหายเสียลูกสาวไปแล้ว จะต้องให้มาเสียความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมอีกหรือ ซึ่งเรื่องนี้ตนจะช่วยประสานไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อช่วยตรวจสอบในคดีดังกล่าว
Advertisement