Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ผบ.ตร. ทลายนอมินีจีนเทา! บุก 17 จุด ยึดเป้าบ้านหรู 4 โครงการ 6 พันล้าน

ผบ.ตร. ทลายนอมินีจีนเทา! บุก 17 จุด ยึดเป้าบ้านหรู 4 โครงการ 6 พันล้าน

10 ต.ค. 69
12:35 น.
แชร์

ผบ.ตร. ลุยทลายนอมินีจีนเทา! บุก 17 จุด ยึดเป้าบ้านหรู 4 โครงการ 6 พันล้าน ออกหมายจับ 86 ราย แฉผู้ต้องหาคดีฆ่า 3 ศพ-แก๊งโกงออนไลน์ หนีซุกไทย

(10 ต.ค. 2569) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.ธีระ ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร. นำกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ เปิดปฏิบัติการเฟสที่ 8 "ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว 4 โครงการบ้านหรู" เข้าค้น 17 จุด ในพื้นที่ บก.น.4 ออกหมายจับบุคคลต่างด้าว จำนวน 86 หมาย หลังพบเครือข่ายต่างชาติใช้บริษัทถือครองบ้านและที่ดินมูลค่า 6,000 ล้านบาท สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 11 คน สัญชาติจีน 10 คน และ สหรัฐอเมริกา 1 คน

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการจับกุมครั้งนี้ ได้มีการดำเนินการตรวจสอบ พบหมู่บ้านหรู 4 โครงการ ได้แก่ โครงการ บางนา-สวนหลวง, บางนา-วงแหวน, พระราม 9 - ศรีนครินทร์ และกรุงเทพกรีฑา และพบบ้านพร้อมที่ดิน 94 หลังกว่า 33 ไร่ 95 บริษัท ซึ่งถือครองโดยนอมินีคนไทย และพบผู้ต้องหาจำนวน 96 คน ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องดำเนินการ 95 คดี ซึ่งจะต้องมีการประสาน ปปง. เข้ามาร่วมปฏิบัติการ เนื่องจากพบมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง บ้านพร้อมที่ดิน กว่า 6,000 ล้านบาท

การดำเนินการดังกล่าว พบผู้ต้องหาที่น่าสนใจ คือ นายหลี่ ที่เข้ามาในเมืองไทยครั้งแรก ในปี 2560 ซึ่งตอนนั้น นายหลี่ ยังไม่มีไม้แดงจากประเทศจีน ก่อนที่จะไปก่อคดีที่ประเทศจีน คือ คดีฆาตกรรม ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 3 ราย และเจ้าตัวก็รับสารภาพว่าเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ ที่อยู่ในเมียวดี และชเวก๊กโก โดยหลังจากก่อคดีแล้ว นายหลี่ ไม่สามารถเดินทางไปประเทศไหนได้ จึงตัดสินใจเข้าไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อไปทำพาสปอร์ต โดยใช้เงิน 85,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.8 ล้านบาทไทย ก่อนจะถือหนังสือเดินทางของกัมพูชาเข้ามาในไทยเพื่อมาซื้อทรัพย์สินบ้านและที่ดิน โดยผ่านต้นน้ำคือบริษัทแนะนำในธุระจัดหา

นอกจากนี้ยังพบคนไทยที่อยู่ในบริษัทของ นายหลี่ ซึ่งคนไทยคนนี้แจ้งว่าไม่ทราบในรายละเอียด เพราะเขาแค่ได้เข้าไปกู้เงินทางออนไลน์เท่านั้น ซึ่งคาดว่าอาจมีการนำเอกสารหลักฐานของเขาไปใช้ ซึ่งจะต้องดำเนินการโดยเด็ดขาดต่อไป

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการยึดบ้านและที่ดินและดำเนินการตรวจสอบต่อ รวมถึงประสานกับทางการจีนต่อไป

นอกจากนี้ยังพบ นายเฉิน ที่ถือหนังสือเดินทางหลายประเทศ มีทั้งประเทศประเทศจีน ตุรกี และกัมพูชา ซึ่งก็เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาหมายจับของประเทศจีน เกี่ยวกับคดีฉ้อโกงและชักชวนผู้อื่นข้ามแดน โดยผิดกฎหมายในปี 2567 ซึ่งเหตุเกิดที่เมืองหลี่ซุ่ย ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลเจ้อเจียง ก่อนหลบหนีมายังประเทศไทยและซื้อบ้านในประเทศไทย

ต่อมา นายเจียง ถือหนังสือเดินทางสัญชาติจีน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหมายจับของประเทศจีนเช่นกัน ในคดี ฉ้อโกงออนไลน์ ในเมืองตุ้นโจ มลฑลเหอหนาน

ทั้งสองคนนี้ ยังเป็นหุ้นส่วนบริษัทในการถือครองบ้านและที่ดิน ที่กรุงเทพกรีฑา ราคาประมาณ 77- 98 ล้านบาท ซึ่งตำรวจได้มีการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนตามหมายจับเป็นที่เรียบร้อย

ต่อมา นายหลิว เป็นหุ้นส่วนบริษัทที่มีการถือครองบ้านพร้อมที่ดิน ในส่วน พระราม 9 - ศรีนครินทร์ ซึ่งมีประกาศจับจากตำรวจสากลจีน ในความผิดฉ้อโกงออนไลน์ และเข้ามาถือครองบ้านพร้อมที่ดินในไทยเช่นกัน

คนที่ 5 นายไป๋ เป็นหุ้นส่วนบริษัทถือครองบ้านที่ดินที่กรุงเทพกรีฑา ซึ่งมีประกาศหมายจับจากสากลจีน ในความผิดองค์กรอาชญากรรม และฉ้อโกงออนไลน์

และคนสุดท้าย คือ นายหวง เป็นหุ้นส่วนบริษัทถือครองบ้านและที่ดินในโครงการบางนา-วงแหวน สัญชาติจีน ซึ่งรายนี้มีหมายจับจากศาลอาญาพระโขนงในฐานความผิดร่วมร่วมกันนำเข้าสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร การซ่อนเร้นหรือรับของที่เกี่ยวกับความผิดศุลกากร อั่งยี และเป็นคนต่างด้าวได้ที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหกคน มีต้นน้ำคือบริษัทแนะนำในธุระจัดหา ซึ่งบริษัทดังกล่าว พบทั้งในโซนรามอินทรา สะพานสูง และบางพลี

นอกจากนี้ยังพบ บ้าน 3-4 หลัง เปิดให้เช่าในราคาเดือนละ 350,000 บาท ในหมู่บ้านย่าน พระราม 9 - ศรีนครินทร์ และหลังอื่นๆ ให้เช่าเดือน 50,000 บาท และ 40,000 บาทเรียงตามลำดับ ซึ่งผลจากการเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องจนถึงเฟส 8 ทำให้ผู้ต้องหาหลายรายเริ่มหลบหนีออกนอกประเทศ จนพบว่าบ้านหรูบางหลังถูกทิ้งร้างและไม่มีผู้มาเก็บค่าเช่ามานานกว่า 3 เดือน

จากการสืบสวนเชิงลึกยังพบชื่อคนไทยที่เกี่ยวข้องในฐานะนอมินีรวม 156 คน ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการซักถามและให้ความเป็นธรรม เนื่องจากมีคนไทยหลายรายให้การว่าเคยยื่นเอกสารสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านเพื่อกู้เงินออนไลน์ แต่กลับถูกสำนักงานกฎหมายนำเอกสารไปแอบอ้างสวมสิทธิ์จัดตั้งบริษัทโดยที่คนไทยไม่เคยรู้จักหรือเจอหน้าผู้ต้องหาชาวต่างชาติมาก่อน ซึ่งตำรวจจะใช้หลักฐานทางดิจิทัล หรือ Digital Footprint ในการเอาผิดกลุ่มสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีที่ร่วมกระทำผิดอย่างเด็ดขาด ในข้อหาเป็นตัวการร่วมหรือผู้สนับสนุน

สุดท้ายนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุเพิ่มเติม ว่า กลุ่มผู้ต้องหาไม่ได้เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย แต่ใช้ไทยเป็นพื้นที่ลี้ภัยและถือครองทรัพย์สิน

Advertisement

แชร์
ผบ.ตร. ทลายนอมินีจีนเทา! บุก 17 จุด ยึดเป้าบ้านหรู 4 โครงการ 6 พันล้าน