
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำทีมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่หลายคดีติดต่อกัน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายเข้มงวดของนายกรัฐมนตรี ที่เน้นย้ำให้เร่งสกัดกั้นไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นเส้นทางผ่านในการลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยคดีสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับผู้ต้องหาชายอายุ 22 ปี ขณะกำลังขับรถกระบะสีเทาขนยาเสพติดจากพื้นที่ อ.เชียงของ มุ่งหน้า อ.เทิง จ.เชียงราย ตรวจยึดยาบ้าได้มากถึงประมาณ 10 ล้านเม็ด
ก่อนหน้านั้นเพียงวันเดียว เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ชุดปฏิบัติการพิเศษทางน้ำมัจฉานุ ได้เปิดปฏิบัติการเข้าจับกุมกัปตันและลูกเรือรวม 6 คน บนเรือ East Harbour 1 ขณะลอยลำในเส้นทางอ่าวไทย พร้อมยึดเรือ 2 ลำ และไอซ์บรรจุกระสอบจำนวน 39 กระสอบ น้ำหนักรวม 1,203 กิโลกรัม หรือมากกว่า 1 ตัน ซึ่งจากการสอบสวนพบว่าเตรียมนำส่งต่อไปยังประเทศฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ พล.ต.อ.สำราญ ได้เอ่ยชมเชยการทำงานของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่สามารถตรวจยึดไอซ์ล็อตใหญ่ได้สำเร็จ แม้ผู้บัญชาการที่รับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าวจะเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 9 วันเท่านั้น
นอกจากนี้ เจ้าพัฒนายังคงขยายผลปราบปรามในพื้นที่อื่นอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถสกัดจับไอซ์น้ำหนักอีก 600 กิโลกรัม ได้ในพื้นที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี และยึดยาบ้าอีก 800,000 เม็ด ได้ในพื้นที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร สำหรับของกลางทั้งหมดที่ตรวจยึดมาได้ในทุกคดี จะถูกส่งไปทำลายตามขั้นตอนอย่างปลอดภัยที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทำลายแต่ละครั้งประมาณ 600,000 บาท
พล.ต.อ.สำราญ ยืนยันว่า ทางตำรวจจะเร่งขยายผลการจับกุมถึงผู้บงการและเครือข่ายเบื้องหลังทุกคดีอย่างถึงที่สุด ควบคู่ไปกับการกวาดล้างผู้ค้ารายย่อยในระดับชุมชน ตลอดจนการจัดการกับผู้ที่มีอาการคลุ้มคลั่งจากยาเสพติด โดยจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการอย่างเด็ดขาด และขอความร่วมมือจากประชาชนในการช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสผู้ค้ายาเสพติดไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายย่อย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อร่วมกันสกัดกั้นและถอนรากถอนโคนเครือข่ายยาเสพติดให้หมดสิ้นไป
Advertisement