
จากกรณี นางพะเยาว์ (สงวนนามสกุล) อายุ 77 ปี ขับขี่รถย้อนศรสวนเข้าเส้นทางถนนวิภาวดีขาเข้า และพนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีแขวง 1 โจทก์ ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2569 ในความผิดฐานขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตและร่างกายของผู้อื่น ขอให้ลงโทษจำเลยตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (8), 158/1, 162 และขอให้เพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของจำเลย และริบรถยนต์ของกลางด้วย และศาลแขวงพระนครเหนือ รับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.5048/2569 นั้น
ต่อมาวันที่ 9 ต.ค. 69 ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.5048/2569 ที่พนักงานอัยการคดีศาลแขวง 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นางพะเยาว์ (สงวนนามสกุล) อายุ 77 ปี เป็นจำเลยฐานกระทำผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก
โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยมีความผิดจริงตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 43 (8), 158/1 จำคุก 2 เดือน ปรับ 8,000 บาท
แต่จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจของจำเลยแล้ว เห็นว่าจำเลยมีนิสัยและความประพฤติไม่ปรากฏข้อเสียหายร้ายแรง มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง พฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรงมากนัก เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมความประพฤติจำเลยเป็นเวลา 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง ภายในระยะเวลาที่คุมความประพฤติ กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยมีกำหนด 6 เดือนด้วย กับริบของกลาง
Advertisement