
วันที่ 9 กันยายน 2569 ร.ต.อ.สถิตพงษ์ ศรีอ่อน พนักงานสอบสวน สภ.หนองแค ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้บ้านบริเวณบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ ม.6 ต.โคกตูม อ.หนองแค จ.สระบุรี จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.โคกตูม และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิกู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี จุดหนองแค เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเข้าควบคุมเพลิงที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ถูกไฟกำลังลุกไหม้ โดยมีกลุ่มควันพวยพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงช่วยกันฉีดน้ำดับเพลิง โดยใช้เวลาไม่นานก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ หลังจากนั้นจึงเข้าตรวจสอบภายในบ้านพบว่าบริเวณภายในได้ถูกไฟไหม้จนข้าวของเสียหาย
และบนเตียงนอน ได้พบร่างของสามีภรรยา ซึ่งถูกไฟไหม้บริเวณลำตัวพุพอง นอนเสียชีวิตด้วยกันบนเตียงนอนทั้งคู่ ทราบชื่อนายเทือง (สงวนนามสกุล) อายุ 89 ปี(สามี) และนางพยุง (สงวนนามสกุล) อายุ 85 ปี (ภรรยา) ซึ่งป่วยติดเตียง โดยมีลูกชาย และลูกสะใภ้ของผู้เสียชีวิตนั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียง และยังพบว่ามีถังแก็ส ซึ่งมีขนาดบรรจุ 15 กิโลกรัม ตั้งอยู่ข้างเตียงด้วย โดยตัวหัวแก็ส ไม่ได้ต่อเข้ากับเตาแก๊ส
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และบันทึกภาพไว้เป็นหลังฐาน และได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐานให้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุการเกิดเหตุไฟไหม้ที่แท้จริง
สอบถามเพื่อนบ้าน เล่าว่า มีชาวบ้านเห็นมีควันพวยพุ่งขึ้น จึงได้โทรไปบอก จึงรีบโทรไปแจ้งให้ลูกชายผู้เสียชีวิตทราบ จากนั้นก็ได้เข้ามาช่วยกันดับไฟ และเห็นมีไฟลุกอยู่ จึงได้พยายามที่จะดึงร่างของ 2 ตายายออกมา แต่เนื่องจากแก๊สที่พุ่งออกจากถังแรงมาก จากนั้นได้มีเพื่อนบ้านอีกคนมาปิดถังแก๊ส และนำออกไปไว้ข้างนอก ส่วนตัวเองคาดว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากว่าไฟได้ลุกไหม้จากตัวหัวแก๊ส
ด้านชาวบ้านที่ยกถังแก๊สออกไป เล่าว่า ตนเองเห็นไฟกำลังลุกไหม้ และมีถังแก๊ส ที่มีไฟพุ่งออกมา จึงได้เข้าไปบิดถังแก๊ส และยกถังแก๊สออกมา เกรงว่าถังแก๊สจะเกิดการระเบิด เนื่องจากว่ามีไฟลุกอยู่
ด้านลูกชาย ผู้เสียชีวิตบอกว่า โดยปกติตนเองไม่ค่อยได้เข้ามาดูพ่อทุกวัน ซึ่งส่วนตัวแล้วพ่อ และแม่ ไม่ค่อยชอบภรรยาตนเอง เนื่องจากว่าภรรยาของตนเอง ทำอะไรเสียงดังไม่ค่อยเรียบร้อย ส่วนเรื่อการดูแลพ่อแม่ เขาก็โอเคอยู่ เวลาให้มาอยู่ดูแลพ่อแม่ ประมาณ 3-4 วัน ก็ทะเลาะกันด่ากัน ซึ่งพ่อจะเป็นคนด่า แต่แม่อยากให้มาอยู่ดูแล ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าพ่อจะมาทำแบบนี้ ตนเองคาดว่าพ่อและแม่น่าจะเครียดที่มีปัญหาสุขภาพ ซึ่งตนเองก็ได้ขอขมาพ่อและแม่เกิดชาติหน้าขอให้มาเป็นพ่อแม่อีกเหมือนเดิม
ด้านลูกสะใภ้ เล่าว่า พ่อและแม่เจ็บป่วยมานาน โดยแม่เป็นคนป่วยติดเตียง ส่วนพ่อยังพอเดินไปไหนมาไหนได้ คาดว่าที่พ่อมาก่อเหตุในครั้งนี้ น่าจะเกิดจากที่เบื่อโรครุมเร้า และลูกๆก็อยู่ไกล ทำงานกันหมด ไม่มีเวลาที่จะมาดูแล และไม่อยากจะเป็นภาระลูกหลาน ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้นัดกันไว้ว่าวันจันทร์จะหาหมอ และตนเองก็จะมาเฝ้าแม่ให้ ไม่คิดว่าพ่อจะมาทำแบบนี้
Advertisement