
วันที่ 9 ต.ค. 69 ที่จ.อุตรดิตถ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิชัย ตั้งวอร์รูม เพื่อรอรับการมาแจ้งความของประชาชนคนในเขตพื้นที่ อ.พิชัย ซึ่งขณะนี้มีประชาชนทยอยเข้ามากว่า 30 ราย และคงจะมีมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้มีตัวแทนของบริษัทดังแห่งหนึ่งได้มาชักชวนคนในหลายๆหมู่บ้าน หลายๆ ตำบลของ อ.พิชัย โดยใช้สโลแกนคำว่า “ใช้บัตรประชาชนใบเดียวก็ซื้อโทรศัพท์ได้” ให้นำบัตรประชาชน และตัวเจ้าของไปที่ร้านขายโทรศัพท์ในตัวตลาด ซึ่งมีอยู่หลายร้านแล้วแต่ประชาชนสะดวก เมื่อไปถึงร้านดังกล่าว พนักงานให้สแกนใบหน้าหลายๆ ครั้ง โดยพนักงานรายดังกล่าวแจ้งว่าสแกนไม่ติด เมื่อดำเนินการสำเร็จร้านจ่ายให้รายละ 400 – 500 บาท แต่มีบางรายก็ไม่ได้
เดือนต่อมามีใบแจ้งหนี้มาถึงบ้านของชาวบ้านที่ได้ไปสแกนใบหน้าจากร้านดังกล่าว ในใบแจ้งหนี้ ระบุเป็นค่าเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือแล้วแต่ยี่ห้อแตกต่างกันไป หากเป็นไอโฟนก็จะแพงราคากว่า 30,000 บาทขึ้นไป บางรายเป็นยี่ห้ออื่นราคากว่า 15,000 –20,000 บาท สร้างความเดือดร้อนให้กับคนในเขตพื้นที่ อ.พิชัย ซึ่งจะถูกกระทำในลักษณะเดียวกันเป็นจำนวนมาก มีทั้งผู้พิการ ผู้ป่วย คนเฒ่า คนแก่ และเด็กและกลุ่มเปราะบาง
นอกจากนี้ขบวนการยังได้ขยายออกไปครอบคลุมจังหวัดใกล้เคียงเช่น พิษณุโลก นครสวรรค์ และกำแพงเพชร เมื่อได้ซิมก็เอาหมายเลขเครื่องโทรศัพท์ทิ้ง เพื่อนำเครื่องเปล่าไปขายตลาดมืด โดยให้นายหน้าในพื้นที่เป็นผู้ประสานในการติดต่อ ส่วนใหญ่ใบแจ้งหนี้มาจากบริษัทแห่งหนึ่ง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ไฟแนนซ์จะโอนเงินเข้าบัญชีให้นายหน้าต่างๆ ตามที่ได้ตกลงกัน
นายอำนาจ อยู่เส็ง ผู้เสียหาย บอกว่า มีคนรู้จักชื่อ เน ยืมบัตรประชาชนไปซื้อโทรศัพท์ที่ห้างดังในเมืองอุตรดิตถ์ ต่อมามีใบแจ้งหนี้ค่าโทรศัพท์มาถึงตน งง ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีโทรศัพท์เลย ยอด 17,000 บาท
ด้าน พ.ต.อ.วิเลศ รุ่งโรจน์ ผกก.สภ.พิชัย บอกว่า ที่ สภ.พิชัย วันนี้ได้เปิดเป็นศูนย์รอรับผู้เสียหายมาแจ้งความ กรณีถูกหลอกเพื่อสอบปากคำ พร้อมรวบรวมให้เป็นสำนวนเดียวกัน รวมทั้งให้ชุดสืบสวนดำเนินการว่ามีความผิดฐานใดบ้าง พร้อมทั้งขอให้ประชาชนที่ถูกกระทำในกรณีดังกล่าวรีบไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ทราบข้อเท็จจริงว่ามีจำนวนมากน้อยเท่าใด และต้องการให้ประชาชนที่ได้สแกนใบหน้ากับร้านต่างๆ ดังกล่าว ควรไปตรวจสอบที่ศูนย์บริการ เพื่อเช็คว่าตนเองได้เปิดซิมไว้หรือไม่ จะได้แจ้งยกเลิก และคดีอาญาก็จะไม่ตามม
นายนิตย์นิชัย บุญสุวรรณ นายอำเภอพิชัย บอกว่า ทั้งนี้อำเภอร่วมกับ สภ.พิชัย ได้ร่วมกันเปิดศูนย์ เพื่อรับแจ้งความให้กับพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อน จากการตรวจสอบพบว่าบางรายมีใบแจ้งหนี้ตั้งแต่กว่า 10,000- 30,000 กว่าบาท หลังจากทราบข่าวได้เรียกผู้นำท้องถิ่นแจ้งประชาชนให้ได้รับรู้จากเหตุการณ์หลอกลวงที่เกิดขึ้น เพราะจะมีผลผูกพันทางกฎหมาย และกลุ่มเปราะบางก็อย่าทิ้งท่านไว้ คอยช่วยสอดส่องคนแปลกหน้า บอกพ่อแม่ อย่าหลงเชื่ออย่าเห็นแก่เงินอามิสสินจ้างเล็กๆ น้อยๆ จากนี้ต้องตรวจสอบเข้มข้นให้มากกว่านี้
Advertisement