
วันที่ 8 ต.ค.69 เมื่อเวลา 17.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีชายใช้อาวุธปืนจ่อหัวตัวเองที่บริเวณหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง ริมถนนรัตนาธิเบศร์ ฝั่งขาเข้า ก่อนขึ้นสะพานพระนั่งเกล้า ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี ซึ่งเป็นคอนโดหรูสูง 33 ชั้น จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบชายอายุประมาณ 25-40 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีเหลือง กางเกงขายาว รองเท้าสีขาว ใช้อาวุธปืนพกจ่อศีรษะตัวเองไว้ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงปิดล้อมบริเวณดังกล่าวไว้เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืนเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับผู้ที่สัญจรผ่านไปมา ในเบื้องต้นทราบชื่อคือนายเฉลิมพร อายุ 41 ปี
จากการตรวจสอบประวัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า นายเฉลิมพร ผู้ก่อเหตุรายนี้มีประวัติถูกศาลจังหวัดนนทบุรี ออกหมายจับในฐานความผิดพยายามฆ่าผู้อื่น พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ ยิงปืนในที่สาธารณะ และมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครอง ในพื้นที่ สภ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี
ต่อมาทาง พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.เข้าเจรจากับนายเฉลิมพลเป็นเวลานาน โดยนายเฉลิมพลซึ่งอยู่ในความเครียดยังไม่ยอมวางอาวุธปืนลง ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปรับแผนด้วยการให้ภรรยาและลูกชายของนายเฉลิมพล พูดคุยกันผ่านทางโทรศัพท์มือถือ แต่นายเฉลิมพล ยังคงคลุ้มคลั่งโวยวายอยู่ตลอดเวลา
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่เข้าพูดคุยและเจรจากับผู้ต้องหาตั้งแต่เวลา 16.00 น. ล่าสุดผ่านไปประมาณ 2 ชม. การเจรจาสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ โดย พล.ต.ต.ภาณุภาคย์ จิตต์ประยูรตี ผบก.สส.ภ.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ได้พูดคุยกับผู้ต้องหาผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ขณะที่ครอบครัวของผู้ต้องหาได้ร่วมพูดคุยและช่วยเกลี้ยกล่อม
เบื้องต้นผู้ต้องหามีความกังวลเกี่ยวกับคดีพยายามฆ่า โดยเกรงว่าหากเข้ามอบตัวแล้ว จะไม่ได้รับการประกันตัว ก่อนตัดสินใจยอมวางอาวุธปืนลง และเปิดทางให้ภรรยาและครอบครัวเข้าไปพูดคุย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำแผงกั้นมากั้นพื้นที่ เพื่อควบคุมสถานการณ์และไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในจุดเกิดเหตุ
เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บบริเวณขา หลังจากกระโดดลงมาจากบริเวณชั้น 3 ของคอนโดมิเนียม โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้าช่วยเหลือและเตรียมนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
ขณะเดียวกัน ทางด้านมารดาของผู้ต้องหา หลังทราบว่าผู้ก่อเหตุถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวได้แล้ว ได้รีบวิ่งปรี่เข้าไปหา ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์และกันพื้นที่โดยรอบ
เบื้องต้นไม่มีรายงานว่ามีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากผู้ก่อเหตุที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาจากการกระโดดลงมาจากอาคาร
Advertisement