
กลายเป็นเรื่องราวสะเทือนใจและสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม เมื่อคุณย่าของ "น้องนิลิน" เด็กหญิงวัยเพียง 1 ขวบ 2 เดือน ร้องเรียนต่อเพจสายไหมต้องรอด และขอความเป็นธรรม หลังหลานสาวเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำภายในบ้านพักของแม่แท้ๆ ย่านดอนเมือง ในสภาพร่างกายผอมโซอย่างน่าเวทนา โดยผลจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า เกิดจาก "ภาวะแทรกซ้อนจากการขาดอาหาร"
เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุเด็กเสียชีวิตภายในบ้านพัก เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบร่างของน้องนิลินอยู่ในสภาพมือเกร็ง ตาเหลือก และเริ่มส่งกลิ่นเหม็น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน แต่ผู้ที่โทรแจ้งเจ้าหน้าที่กลับเป็น คนข้างบ้าน ไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเด็ก โดยเพื่อนบ้านได้กลิ่นเหม็นเน่าและสังเกตเห็นความผิดปกติ เนื่องจากแม่ของเด็กยังคงใช้ชีวิตตามปกติ แต่ห้องนอนชั้น 2 ถูกเปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้ตลอดเวลาเพื่ออำพรางกลิ่นศพ
คุณย่าเปิดเผยด้วยความแตกสลายว่า น้องนิลินเป็นเด็กที่ตนเองรักและผูกพันมาตั้งแต่แรกเกิด ตนเลี้ยงดูอุ้มชูอย่างดี มีการบันทึกไดอารี่รายละเอียดการเจริญเติบโต การกิน การนอน ของน้องนิลินไว้ทุกช่วงวัย ซึ่งตนพร้อมและมีความสามารถในการดูแลหลานให้มีความสุขได้ แต่กลับต้องมาสูญเสียหลานไปอย่างไม่มีวันกลับ เพราะพฤติกรรมอันน่าสงสัยของแม่แท้ๆ ส่วนพ่อของเด็กนั้นได้เลิกรากับแม่ของน้องไปกว่า 1 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาพ่อพยายามติดต่อฝั่งแม่มาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ จนกระทั่งมีตำรวจ สน.ดอนเมืองติดต่อมาแจ้งเหตุเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว
สิ่งที่สร้างความเจ็บปวดและสงสัยให้แก่คุณย่ามากยิ่งขึ้น คือเมื่อเดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง เพื่อให้ดำเนินคดีและตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด แต่กลับได้รับการปฏิเสธจากพนักงานสอบสวน โดยตำรวจอ้างว่า "ทำได้แค่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากสิทธิ์ในการปกครองเป็นของแม่ แม่จะทำอะไรกับลูกก็ได้" ซึ่งสร้างความคลางแคลงใจแก่สังคมเป็นอย่างมากต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นอกจากนี้ ย่าและพ่อของน้องยังพบข้อสงสัยเพิ่มเติม เมื่อแม่ของเด็กมีท่าทีเร่งรัดในการประกอบพิธีทางศาสนา โดยเดิมทีมีกำหนดการจะตั้งศพสวดพระอภิธรรมและเผาในวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2569 ณ วัดดอนเมือง แต่ล่าสุดกลับมีการเปลี่ยนแผนอย่างกะทันหัน โดยย้ายศพไปที่วัดเวรุวนาราม (วัดไผ่เขียว) และแจ้งว่าจะทำการสวดบังสุกุลแล้วทำการเผาทันที ซึ่งส่อเจตนาเร่งรีบทำลายหลักฐานอย่างน่าสงสัย
ล่าสุด ด้านคุณเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้เข้ายื่นมือช่วยเหลือและเตรียมประสานงานไปยังผู้บังคับการ สน.ดอนเมือง เพื่อเร่งรัดให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในคดีนี้อย่างละเอียด และตรวจสอบการทำงานของพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่น้องนิลินและคุณย่าต่อไป
Advertisement