
วันที่ 24 ก.ย. 69 น.ส.นาง พานทอง อายุ 45 ปี นายประยูร ปรีชา อายุ 43 ปี แม่และพ่อเลี้ยง น.ส.ภัทรวรินทร์ เปี้ยดอก หรือ น้องพิม อายุ 24 ปี พนักงานร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในเขต อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งถูกพบเป็นศพฆ่ารัดคอเปลือย เสียชีวิตอยู่ในห้องพักหมายเลข 1 หอพักแห่งหนึ่งใน ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งตำรวจสงสัยคนใกล้ชิดและผู้ที่พักในหอพัก เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามคดี และทำเอกสารค่าชดเชยเหยื่ออาชญากรรม ของยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี ประกันสังคม และบริษัทที่น้องพิมทำงาน
เสร็จแล้วได้เข้าพบ พ.ต.ต.บรรเทิง ทัพโยธา สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้พูดคุยอธิบายให้แม่กับพ่อเลี้ยงของน้องพิม เกี่ยวกับการทำงานของตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานีว่า ตำรวจสืบสวนยังไม่หยุดสืบสวนหาตัวคนร้าย ได้ทำทุกมิติ ทุกขั้นตอน อย่ามองว่าตำรวจทำงานช้า เพราะมันมีความซับซ้อน ตำรวจต้องสืบสวนเพื่อพิสูจน์ทราบว่าในห้องมีน้องอยู่คนเดียว หรือมีใครอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังได้ตรวจไทม์ไลน์ทุกคนในหอพัก และนอกหอพัก ให้พ่อและแม่สบายใจได้ว่าตำรวจยังทำงานปกติยังไม่หยุดสืบสวน
น.ส.นาง และนายประยูร แม่และพ่อเลี้ยงน้องพิม เล่าว่า วันนี้มาติดตามคดี และส่งเอกสารเกี่ยวกับประกันสังคมของน้องพิม ซึ่งตำรวจได้ช่วยและทำงานเต็มที่ ไม่ปิดคดีง่ายๆ จะช่วยจนจับคนร้ายให้ได้ ตอนนี้คิดถึงลูกจนกินข้าวไม่ได้ ญาติพี่น้องก็จะมาประชุมพูดคุยเกี่ยวกับคดีกันทุกวัน ทำไมคดีไม่คืบหน้า จึงได้มาติดตามวันนี้ หลังจากฌาปนกิจไป ลูกก็ไม่เคยมาเข้าฝัน อยากให้มาเข้าฝันมาบอก แต่พอได้คุยกับตำรวจก็สบายใจนิดหน่อย ยังกังวลคดีตำรวจทำงานเต็มที่ และล่าช้าไปนิดนึง แต่ตำรวจจะหาคนร้ายให้ได้
แต่ถ้าผลออกมาว่าน้องพิมฆ่าตัวตาย ก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเป็นแบบนี้ ไม่คิดว่าลูกจะฆ่าตัวตาย น้องพิมก็ไม่คิดว่าจะฆ่าตัวตาย เพราะคุยกับลูกทุกวัน บางทีคิดว่าลูกทำงานกะเช้าก็จะไม่โทรหา ตอนดึกๆ ลูกก็จะโทรกลับ แม้ว่าจะป่วยมานานแล้วก็ไม่คิดฆ่าตัวตาย ตอนนี้ตำรวจช่วยเต็มที่ จะทำจนถึงจับคนร้าย ก็ขอขอบคุณตำรวจที่ช่วยลูก รู้สึกสบายใจพราะตำรวจได้อธิบายให้ฟังขบวนการสืบสวนติดตามคนร้าย
ส่วนนายวีรเชษฐ์ คำเขียว หรือ ต๋อง อายุ 25 ปี เพื่อนสนิทของน้องพิม เล่าว่า วันนี้พาพ่อกับแม่พิมมาเอาเอกสารกับพนักงานสอบสวน เพื่อไปทำเรื่องประกันสังคม หลังจากส่งพิมเป็นวันสุดท้าย ตนก็นอนปกติ ก็ฝันว่าพิมมาบอกว่า “กูไม่ได้อยู่ด้วยแล้วนะ” พูดแค่นี้แล้วเขาก็เดินหนี สภาพตัวปกติหน้าเขาจะเหมือนนอนอยู่ในโลง
ส่วนเรื่องคดี ตนกลัวว่าคดีจะไม่คืบมากกว่า มีหลายคนสงสัยว่าตอนเกิดเหตุตนอยู่ไหน พอตำรวจถามตนได้แสดงความบริสุทธิ์ใจว่าวันเกิดเหตุ ตนอยู่กับเพื่อนสนิท จนต้องเอาคลิปหน้ารถมายืนยัน ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ถ้าฆ่าตัวตายตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าตายเพราะโรคประจำตัว ตนให้แค่ 40 เปอร์เซ็นต์ ไม่เคยมีอาการป่วยหนัก เวลาเครียดก็จะโทรหาตนชวนไปเที่ยว เพื่อผ่อนคลายเท่านั้น
Advertisement