
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 คดีหมายเลขดำที่ อท 66/2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ศาลนัดฟังคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องกรณีที่เคยมีคำสั่งให้ประกันตัวนายทรงชัย นกขมิ้น อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ (อบต.ราชาเทวะ) ในคดีที่ อัยการสูงสุด ยื่นฟ้อง นายทรงชัย นกขมิ้น เป็นจำเลยที่ 1 กับพวกรวม 14 คน คดีทุจริตโครงการจัดซื้อเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรี พร้อมโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ของ อบต.ราชาเทวะ
วันนี้จำเลยที่ 1 เดินทางมาศาล ศาลไต่สวนแล้วได้ความว่า คดีนี้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวนายทรงชัย นกขมิ้น จำเลยที่ 1 ซึ่งขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ เมื่อครบวาระ จำเลยที่ 1 ได้รับเลือกเป็นนายกฯอีกสมัยหนึ่ง
แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีคดีอาญาอยู่ระหว่างพิจารณาของศาล ต่อมานายอภิชาติ นกขมิ้น จำเลยที่ 11 ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ แทนตำแหน่งที่ว่าง แต่นายอภิชาตก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เนื่องจาก ศาลประทับฟ้องคดีนี้ ตาม พรป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่ง, 93 วรรคสอง ปัจจุบันนายจาตุรนต์ นกขมิ้น รองนายกฯเป็นผู้รักษาราชการแทนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ โดยมีจำเลยที่ 1
เป็นโฆษกส่วนตัว และเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2569 จำเลยที่ 1 ได้เข้าร่วมการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ สมัยสามัญ สมัยที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2569 ปัญหาว่าคดีมีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยที่ 1 หรือไม่
เห็นว่า ในชั้นตรวจพยานหลักฐาน โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานรวม 432 อันดับ เป็นพยานบุคคล 80 อันดับ เป็นพยานเอกสาร 350 อันดับ และพยานวัตถุ 2 อันดับ ในจำนวนนี้มีพยานบุคคลอย่างน้อย 18 อันดับ ที่เกี่ยวข้องกับการทำแผนจัดซื้อจัดจ้าง ทำบันทึกและเอกสารต่าง ๆ ในโครงการเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรีขององค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะอันเป็นมูลฟ้องคดีนี้
จำเลยที่ 1 ซึ่งเคยรับผิดชอบบริหารราชการ และเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานส่วนตำบลและลูกจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะในขณะเกิดเหตุ
ย่อมทราบถึงช่องทางและความมีอยู่ของพยานหลักฐานเหล่านั้นเป็นอย่างดี ประกอบกับจำเลยที่ 1 ถูกฟ้องคดีทุจริตและประพฤติมิชอบหลายคดี
เมื่อศาลประทับฟ้องจำเลยที่ 1 ก็หาได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายไม่ จนกระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการต้องมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
ถึงกระนั้นจำเลยที่ 1 และหรือนายจาตุรนต์ก็ยังหาทางให้จำเลยที่ 1 เข้าร่วมการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะด้วยวิธีตั้งจำเลยที่ 1 เป็นโฆษกส่วนตัวดังที่ไต่สวนได้ความ
แม้จะฟังตามที่นายจาตุรนต์อ้างว่าตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งรองนายกฯ ประสงค์จะให้จำเลยที่ 1 เข้ามาช่วยแนะนำการปฏิบัติหน้าที่ และจำเลยที่ 1 มิได้ใช้อำนาจหรือเข้าไปก้าวเก่ายแทรกแซงการประชุมสภาฯก็ตาม แต่บทบาทและพฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 เช่นนี้ ย่อมอาจส่งผลกระทบต่อพยานเอกสารและพยานบุคคลอย่างมีนัยสำคัญ
คดีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า จำเลยที่ 1 จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อันเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 (2) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง
ในชั้นนี้จึงมีคำสั่งเพิกถอนสัญญาประกันตัวนายทรงชัย นกขมิ้น จำเลยที่ 1 ให้ออกหมายขังจำเลยที่ 1 ไว้ในระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ใช้หลักประกันร่วมกับจำเลยอื่นอีกหลายคดีจึงยังไม่สั่งคืนหลักประกัน
อนึ่ง จำเลยที่ 1 ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EM) ป้องกันการหลบหนีตามคำสั่งศาลในคดีหมายเลขดำที่ อท72/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท81/2569 เมื่อจำเลยที่ 1 ถูกขังในคดีนี้แล้ว จึงให้เจ้าหน้าที่รายงานผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีดังกล่าวเพื่อพิจารณาสั่งปลดอุปกรณ์ EM
โดยมีรายงานว่า นายทรงชัยภายหลังจากศาลมีคำสั่ง จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยใช้หลักประกันเดิม ต่อศาลชั้นต้น โดยศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีนี้ เริ่มต้นมาจาก คดีพิเศษ 54/2564 กรณี ร้องเรียนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการจัดซื้อเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรีพร้อมโคมไฟระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) ชนิดกิ่งเดี่ยว พร้อมติดตั้ง ขององค์การบริหารส่วนตำบลราชา เทวะ น่าเชื่อว่ากลุ่มนิติบุคคลที่เข้าร่วมการเสนอราคามีความเกี่ยวข้องกันและหรือมีผลประโยชน์ร่วมกัน
โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำงานร่วมกับอัยการจากสำนักงานการสอบสวน ทำการการสอบสวนแล้วพบว่ามีขบวนการทุจริตโครงการเสาไฟกินรีจำนวนหลายโครงการ ต่อมาจึงได้ทำสำนวนสอบสวนส่งให้ ปปช.ตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย และส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค1
Advertisement