
วันที่ 18 ก.ย.2569 กรณีนายบุญรอบ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ผู้รับเหมาวางท่อชาว อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ เข้ามาร้องเรียนสื่อว่าอยากให้เป็นอุทาหรณ์ให้กับคนทั่วไ ปโดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาซึ่งอาจจะกลายเป็นเหยื่อจนไม่มีเวลาเรียนหนังสือ
นายบุญรอบ เล่าลักษณะแก๊งเงินกู้ดังกล่าวเป็นการหลอกให้กู้เงินแล้วเรียกคืนในอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินจริง เพราะเท่าที่นายบุญรอบ เจอมาเป็นแอปของบริษัทเงินกู้ ยื่นเสนอเงินให้กู้และได้ลองกดกู้ไปได้เงินมา 1,600 บาท แต่ผ่านไป 2 วันบริษัทได้แจ้งให้ชำระเงินทั้งหมด 2,690 บาท ให้ชำระภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันกู้ นายบุญรอบรู้ทันทีว่าถูกหลอกให้กู้เงินเพราะดอกเบี้ยแพงเกินจริง
ด้วยความอยากตัดปัญหา ครบ 7 วันจึงโอนใช้หนี้ที่แจ้งมา 2,693 บาท แต่เพียงข้ามคืนบริษัทโอนเงินเข้าบัญชีตนอีก 3,300 บาททั้งที่ไม่ประสงค์จะกู้เงินแล้ว บริษัทกับแจ้งยอดเงินที่จะต้องชำระภายในวันที่ 17 ก.ย.จำนวนเงิน 5,217 บาทจากยอดกู้ 3,300 บาท เมื่อใกล้ครบกำหนดชำระที่บริษัทตั้งขึ้นเอง จะมีทั้งคนและ AI โทรศัพท์มาทวงตลอดทั้งวันจนไม่มีเวลาทำงาน รอบนี้นายบุญรอบ จะไม่จ่าย
ล่าสุด พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุว่า เท่าที่ทราบแก๊งนี้จะไม่ใช้ทุนสูง เช่นกรณีดังกล่าวทางแอป ยอมเสี่ยงเงินไปเพียง 1,700 บาท แต่ได้กลับคืนมา 2,693 บาท เท่ากับได้กำไรไปแล้ว 993 บาท
หลังจากนั้นได้เสี่ยงโอนมาอีก 3,300 บาท เท่ากับลงทุนเพิ่มอีก 2,307 บาท และถ้าลูกค้ายอมจ่ายอีก 5,217 บาท กำไรก็จะมีมากขึ้น กลุ่มนี้ใช้วิธีโทรศัพท์รบกวนสร้างความรำคาญ จนต้องยอมจ่าย
พ.ต.อ.จำรัส กล่าวด้วยว่า เท่าที่ทราบมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่ถูกแก๊งนี้กระทำการดังกล่าว ส่วนใหญ่จะไม่เข้ามาแจ้งความ ดังนั้นหากใครประสบเหตุในลักษณะดังกล่าวสามารถมาแจ้งความได้ ทางตำรวจจะตามเส้นทางเงินแล้วตามจับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะผิดหลายกระธง
ทั้งข้อหาเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ข้อหาการเปิดแอปพลิเคชั่นหรือเพจเพื่อปล่อยกู้ในลักษณะเป็นทางการโดยไม่มีใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือกระทรวงการคลัง รวมไปถึงการทวงหนี้ในลักษณะคุกคาม ข่มขู่และใช้วาจาดูหมิ่น หรือการประจาน
Advertisement