
ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดริมถนนสาย 42 ปัตตานี–นราธิวาส บริเวณตรงข้ามป้อมตำรวจจันทรักษ์ ต.ลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 ก.ยที่ผ่านมา ส่งผลให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มายอ ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย
ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ วันที่ 11 ก.ย. พ.ต.อ ต่อลาภ เล็งฮะ ผกก. สภ.มายอ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และกำลังเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด
เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดได้นำเครื่องตรวจหาโลหะเข้าสแกนพื้นที่โดยรอบ เพื่อค้นหาวัตถุต้องสงสัยหรือระเบิดที่อาจหลงเหลืออยู่ พร้อมเก็บรวบรวมชิ้นส่วนระเบิด สะเก็ดระเบิด และวัตถุพยานต่าง ๆ ส่งตรวจสอบ
ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่ เก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้ก่อเหตุและหลบหนี ตลอดจนตรวจหาลายนิ้วมือแฝงและพยานหลักฐานจากชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุและติดตามตัวมาดำเนินคดี
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่าคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม บรรจุในกล่อง ภายในมีวัตถุระเบิดและสะเก็ดเหล็ก นำไปติดตั้งไว้กับรถจักรยานยนต์ ก่อนนำมาจอดทิ้งไว้ริมถนน และใช้รีโมตควบคุมการจุดระเบิด
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ มีคนร้าย 1 คน สวมเสื้อสีขาว นุ่งโสร่ง สะพายกระเป๋าข้าง ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดบริเวณริมถนน จากนั้นเดินหลบหนีเข้าไปในป่าข้างทาง กระทั่งเมื่อรถกระบะหุ้มเกราะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มายอ ขับผ่านจุดดังกล่าว คนร้ายจึงกดรีโมตจุดชนวนระเบิด ส่งผลให้เกิดแรงระเบิดอย่างรุนแรงและเสียงดังสนั่น สะเก็ดระเบิดกระจายถูกเจ้าหน้าที่ ทำให้ตำรวจ 4 นายได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อคือ
จ.ส.ต.พงศกร ฉุ้นทิ้ง หูอื้อและเเน่นหน้าอก
ส.ต.ท.อทิธิกร หลินมา หูอื้อและเเน่นหน้าอก
ส.ต.ท.ยศวรินทร์ รามปาน หูอื้อและเเน่นหนา้อก
ส.ต.ต.ศรายุธ เสือพล หูออื้และเเน่นหน้าอก
นอกจจากนี้แรงระเบิดยังสร้างความตกใจให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านเรือนใกล้เคียง โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ต่างอยู่ในอาการหวาดผวา
ด้านหน่วยความมั่นคงอยู่ระหว่างตรวจสอบและเชื่อมโยงกลุ่มผู้ก่อเหตุ โดยเบื้องต้นเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นการก่อเหตุของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งมุ่งหมายลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ และอาจมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ด้านความมั่นคงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนหน้านี้
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบความเชื่อมโยงของกลุ่มผู้ก่อเหตุ เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Advertisement