
เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 4 กันยายน 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังรับซื้อของเก่า บริเวณเลขที่ 139 หมู่ 5 ตำบลบ้านสร้าง อำบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจุดเกิดเหตุเป็นลานรับซื้อและจัดเก็บของเก่า จำพวก พลาสติกรีไซเคิล พื้นที่ประมาณ 1 ไร่ครึ่ง ภายในมีเครื่องบดพลาสติก 1 ชุด และมีพลาสติกจำนวนมากกองอยู่ภายในพื้นที่
หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งนำรถน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงเกือบ 10 คัน เข้าระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงทันที เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีพลาสติกรีไซเคิลจำนวนมาก ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีและไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว พร้อมมีกลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
คุณฟุ้ง อายุ 50 ปี ผู้ดูแล เปิดเผยว่า ปกติสถานที่แห่งนี้เป็นร้านรับซื้อพลาสติกรีไซเคิล ก่อนจะนำไปส่งต่อเข้าโรงงาน และมีเครื่องบดพลาสติกอยู่ภายใน ขณะเกิดเหตุไม่มีคนงานปฏิบัติงานอยู่ภายในโกดัง ส่วนตนเองพักอยู่อีกแห่งหนึ่ง
ต่อมามีคนงานซึ่งพักอยู่บริเวณใกล้เคียงพบเห็นเปลวไฟ จึงโทรศัพท์แจ้งผู้ดูแลให้ทราบ ก่อนที่ตนเองจะรีบเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ เมื่อมาถึงพบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณกลางลานเก็บพลาสติก และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าควบคุมสถานการณ์แล้ว
เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าเพลิงเริ่มต้นจากจุดใด และเกิดจากสาเหตุอะไร เนื่องจากขณะเกิดเหตุไม่มีคนงานอยู่ภายในพื้นที่ ต้องรอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง
โดยจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับร้านรับซื้อของเก่าและร้านรีไซเคิลอีกแห่ง รวมถึงอู่ซ่อมรถ เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงและทำแนวป้องกัน เพื่อไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ข้างเคียง
กระทั่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ พร้อมเฝ้าระวังจุดที่ยังมีความร้อนและกองพลาสติกที่อาจเกิดการปะทุซ้ำ
ต่อมา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ พร้อมติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยจากการพูดคุยกับผู้ดูแล เบื้องต้นทราบว่าเป็นโกดังรับซื้อของเก่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลาสติกรีไซเคิล และขณะเกิดเหตุมีคนงานพักอยู่บริเวณใกล้เคียง ก่อนเป็นผู้พบเห็นเหตุและโทรศัพท์แจ้งผู้ดูแล
ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้ ต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนบริเวณจุดเกิดเหตุไม่มีบ้านเรือนประชาชนอยู่ใกล้เคียง และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ในวงจำกัดได้แล้ว หลังระดมกำลังและรถน้ำเข้าฉีดสกัดนานประมาณ 3 ชั่วโมง พร้อมจัดกำลังเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเพลิงปะทุและลุกลามขึ้นอีก ส่วนความเสียหายและสาเหตุที่แท้จริง อยู่ระหว่างการตรวจสอบต่อไป
Advertisement