
11 ส.ค. 69 นายภคิน วรวรรณปรีชา ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยสมาชิกสภา อบจ. และนายเฉลิมพล นิยมสินธุ์ อดีตประธานสภา อบจ.นนทบุรี แถลงชี้แจงเรียกร้องความเป็นธรรม และเรียกร้องศักดิ์ศรี ให้กับ พันตำรวจเอกธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุยิง โดยระบุว่า ต้องการชี้แจงข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับเงินกู้ 11 ล้านบาท ที่นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี กล่าวถึงก่อนหน้านี้
นายเฉลิมพล ระบุว่า จากการตรวจสอบถ้อยคำที่นายฉลองให้สัมภาษณ์กับสื่อ หลังเกิดเหตุ พบว่า ในช่วงที่นายฉลองเดินทางไปพูดคุยกับนายกธงชัย ไม่ได้พูดถึงการทวงเงินกู้ 11 ล้านบาท แต่เป็นการพูดถึงเงินที่อ้างว่าเคยจ่ายและการสละสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมขอให้นายกธงชัยรับผิดชอบ โดยอ้างว่าหากไม่มีเงินก้อน ก็สามารถผ่อนชำระได้
นายเฉลิมพล จึงตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการกู้ยืมเงิน 11 ล้านบาทจริง ควรมีรายละเอียดว่า กู้เมื่อไหร่ จำนวนเท่าใด นำไปใช้ทำอะไร และกำหนดคืนเมื่อไหร่ ซึ่งตลอดระยะเวลาประมาณ 20 ปีที่ทำงานร่วมกับนายกฯธงชัย ไม่เคยได้ยินเรื่องการกู้เงิน 11 ล้านบาทจากนายฉลองมาก่อน และเพิ่งปรากฏประเด็นดังกล่าวหลังเกิดเหตุ ซึ่งหากพิจารณาจากบัญชีทรัพย์สินที่นายฉลอง ยื่นต่อ ป.ป.ช. เมื่อปี 2554 พบว่ามีเงินในบัญชีและเงินสดรวมกันไม่ถึง 200,000 บาท ขณะที่บัญชีทรัพย์สินของ พันตำรวจเอก ธงชัย ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ล่าสุดปี2568 มีทรัพย์สินในส่วนเงินฝากกว่า300 ล้านบาท
นายเฉลิมพล จึงตั้งคำถามต่อสื่อมวลชนว่า จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ใครมีแนวโน้มจะเป็นฝ่ายกู้เงินจากใคร พร้อมย้ำว่า การนำข้อมูลดังกล่าวมาเปรียบเทียบ ไม่ได้มีเจตนาใส่ร้าย แต่ต้องการชี้แจงข้อเท็จจริงและทวงคืนความเป็นธรรมให้กับนายกธงชัย
ส่วนกรณีที่มีการพูดถึงเงินจำนวน 11 ล้านบาท นายเฉลิมพลระบุว่า อาจเกี่ยวข้องกับเงินที่มีการรวบรวมก่อนการเลือกตั้งนายกอบจ. เมื่อปี 2547 โดยอดีตนายก อบจ. และกลุ่ม สจ.ในขณะนั้นอาจมีการรวบรวมเงินเพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง แต่ย้ำว่าไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเงินดังกล่าวถูกนำไปให้นายกธงชัยหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า ในช่วงที่นายกฯธงชัยดำรงตำแหน่ง ท่านเคยปฏิเสธเงินสนับสนุนจากบุคคลภายนอกหลายครั้ง เพราะไม่ต้องการให้เกิดบุญคุณหรือภาระผูกพันทางการเมือง
ด้านนางสาววิภาวัล วรวรรณปรีชา เลขานุการนายก อบจ.นนทบุรี กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างนายกธงชัยกับนายฉลอง เดิมเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอด แม้ภายหลังนายฉลองตัดสินใจลงสมัครนายก อบจ. แข่งขันกับนายกธงชัย เมื่อประมาณปี 2559 ซึ่งความสัมพันธ์อาจมีความไม่เข้าใจกันบ้าง แต่ยังคงมีการช่วยเหลือกันอยู่ โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการป่วยของนายฉลอง รวมถึงการช่วยเหลือด้านการเงินและธุรกิจที่ผ่านมา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ประเด็นความขัดแย้งอาจเป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน และอาจเกี่ยวข้องกับความต้องการใช้เงินของนายฉลอง
นางสาววิภาวัล ยังระบุว่า ที่ผ่านมา นายฉลองเคยมาที่ อบจ.นนทบุรี และไปพบนายกฯธงชัยที่บ้านหลายครั้ง เพื่อขอความช่วยเหลือด้านการเงิน ซึ่งมีทั้งที่ได้รับและไม่ได้รับความช่วยเหลือ โดยคนใกล้ชิดรับรู้ถึงพฤติกรรมดังกล่าว
ส่วนกรณีที่นายฉลองอ้างว่าคนขับรถของนายกธงชัยเป็นฝ่ายจะยิงก่อน นางสาววิภาวัลระบุว่า จากข้อมูลที่ทราบ ตำรวจพบอาวุธปืน 2 กระบอกในรถที่เกิดเหตุ และยังอยู่ในซองไม่ได้ขึ้นลำกล้อง พร้อมมองว่าเป็นคำกล่าวอ้างจากนายฉลองฝ่ายเดียว ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดทำให้เห็นว่า นายฉลองมีการเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ
สำหรับการรักษาความปลอดภัย นายภคิน ระบุว่า โดยปกติพื้นที่ อบจ.นนทบุรีไม่ได้มีความรุนแรง และเจ้าหน้าที่ไม่ได้พกพาอาวุธปืนเข้ามาทำงาน ขณะที่นางสาววิภาวัลเรียกร้องให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการอนุญาตและการพกพาอาวุธ รวมถึงตรวจสอบการนำอาวุธเข้ามาในสถานที่ราชการ โรงเรียน และสถานที่สาธารณะ
ส่วนการบริหารงานของ อบจ.นนทบุรี หลังนายกธงชัยเสียชีวิต นายภคินระบุว่า ขณะนี้ปลัด อบจ. เป็นผู้รักษาราชการแทน เนื่องจากรองนายกฯ พ้นจากตำแหน่งไปพร้อมกับนายกฯ โดยการดำเนินงานและการพิจารณางบประมาณยังเดินหน้าตามปกติ
“ส่วนประเด็นการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี นายภคิน ยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาการเมืองท้องถิ่นที่รุนแรง และไม่ได้มีลักษณะของ “บ้านใหญ่” ที่สร้างความขัดแย้งในพื้นที่ โดยส่วนใหญ่ทุกฝ่ายสามารถพูดคุยและประสานงานกันได้ นายกธงชัยเองก็จะเป็นคนโทรศัพท์พูดคุยกับแต่ละฝ่ายอยู่ตลอด และทำงานร่วมกันโดยไม่เคยมีเหตุรุนแรง”
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า นายฉลอง เรี่ยวแรง ซึ่งเคยมีบารมีในพื้นที่ อาจสูญเสียความนิยมทางการเมืองลงในช่วงหลัง นายภคินระบุว่า นายฉลองไม่ได้ลงเลือกตั้งในช่วงหลัง และมีการเปลี่ยนพรรคการเมืองมาโดยตลอด ทำให้ได้รับคะแนนเสียงไม่มากนัก และความเชื่อมั่นจากประชาชนลดลงพอสมควร อย่างไรก็ตาม นายภคินมองว่า เรื่องที่นายฉลองอาจรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับการยอมรับหรือไม่มีใครเห็นความสำคัญ เป็นความรู้สึกส่วนตัวของนายฉลองเอง เพราะคนอื่นไม่ได้มองว่าเป็นเช่นนั้น
สำหรับการเดินหน้าของกลุ่ม “ผึ้งหลวง” นายภคินระบุว่า ขณะนี้มีการวางตัวบุคคลไว้แล้ว 2 คน เพื่อเข้ามาประสานงานและสานต่อนโยบายของนายกธงชัย โดยยืนยันว่าจะเดินหน้านโยบายที่วางไว้ต่อ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในจังหวัดนนทบุรี
ทั้งนี้ นายเฉลิมพลย้ำว่า สิ่งที่ต้องการจากการแถลงครั้งนี้ คือการทวงคืนความเป็นธรรม เกียรติยศ และศักดิ์ศรีให้กับนายกธงชัย พร้อมขอให้สังคมพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อมูลที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน
ขณะที่เจ้าหน้าที่ อบจ.นนทบุรี ยอมรับว่ายังอยู่ในภาวะเสียใจจากการสูญเสีย แต่ยืนยันว่าการทำงานยังต้องเดินหน้าต่อ และเตรียมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในสถานที่ราชการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีก
ทั้งนี้ นายกฯอบจ.นำเงินเดือน ในส่วนของตัวเองตลอดระยะเวลา 20 ปีไปมอบให้เป็นทุนการศึกษาให้โรงเรียนต่างๆในจ.นนทบุรี และไม่เคยเบิกใช้รถประจำตำแหน่งรวมถึงเบิกค่าน้ำมัน ส่วนรายได้ของนายกฯอบจ. มาจากการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการขายบ้านจัดสรรที่ผ่านมาก่อนการลงเล่นการเมือง
ภายหลังการแถลงข่าว บรรยากาศบริเวณลานจอดรถภายในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี จุดเกิดเหตุ สมาชิก อบจ.นนทบุรี ได้ร่วมไว้อาลัย พร้อมนำดอกไม้และพวงมาลัยมาวางบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นจุดที่ “พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ” นายก อบจ.นนทบุรี ถูกยิงเสียชีวิต โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ทุกคนร่วมกล่าวคำไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต
Advertisement