
จากกรณี น.ส.ปิยะดา นามอาษา อายุ 26 ปี นำคลิปขณะที่นายบรรลือ อายุ 46 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เมาสะพายปืนยาวเข้ามาในบ้าน และถามหาหมาที่วิ่งไล่รถ บอกว่าจะยิงหมา โดยเข้ามาในบ้าน 2 รอบ และยืนอยู่หน้าบ้าน 1 รอบ ทำให้คนในบ้านรู้สึกกลัว ไม่ปลอดภัย จึงมาแจ้งตำรวจ
ซึ่งตำรวจได้ไปตรวจที่เกิดเหตุ และไปบ้านผู้ก่อเหตุแต่ไม่พบ โดยเหตุเกิดเวลา 20.57 น. วันที่ 9 สิงหาคม 2569 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา09.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ หมู่ 16 บ้านนาดอน ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดเหตุ พบว่าประตูบ้านปิด ไม่มีคนอยู่บ้าน
จากนั้นได้เดินไปนายบรรลือ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งอยู่ใกล้กัน พบนายบันลือผู้ก่อเหตุ นำปืนอัดลมยาวมาให้ดู และยอมรับว่า เมื่อวานนี้ตนเมาเหล้าจริง และได้สะพายปืนอัดลมยาวไปที่บ้านเกิดเหตุจริง เพราะเวลาขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้าน มักจะโดนหมาวิ่งไล่กัดจนถึงหน้าบ้าน และเป็นประจำทุกวัน “จึงสะพายปืนอัดลมเข้าไปในบ้าน บอกเจ้าของบ้านและเจ้าของหมา ให้รู้ว่าหมาชอบวิ่งไล่กัดเวลาขี่รถผ่าน ยอมรับว่าเข้าไป 2 รอบ แต่รอบที่ 2 ไม่ได้นำปืนไปด้วย ไม่ได้มีเจตนาข่มขู่แต่อย่างใด หรือไปยิงหมา เพราะว่าปืนไม่มีกระสุน
และเช้าวันนี้ได้ไปขอโทษเจ้าของบ้านแล้ว และนัดหมายกับตำรวจเข้าไปไกล่เกลี่ยที่โรงพักวันนี้ ขณะที่ นายสงกรานต์ เยาวเลิศ ผู้ใหญ่บ้านนาดอน กล่าว่า ในมุมมองของตน ใครเลี้ยงหมา เจ้าของหมาให้รับผิดชอบ กักขังไว้ให้ดีๆ ไม่ต่องปล่อยออกมาให้ไล่รถ หรือกัดเด็กที่เดินตามถนน ส่วนมากเจ้าของหมาจะไม่รับผิดชอบ ถ้ารถชนหมาหรือรถพัง ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของและรับผิดชอบ
ส่วนกรณีหมามีทะเบียนจะมีการคุ้มครอง แตะต้องไม่ได้ ถ้าไปแตะจะมีปัญหา คนเลี้ยงจะต้องดูแลหมาตัวเอง ถ้าเลี้ยงไม่ได้ก็ต้องนำไปให้เทศบาลดูแล อย่ามาปล่อยหมาให้ไล่กัดรถอันตราย หมาบ้านนี้ไล่รถประจำ อยากให้ดูแลไม่ใช่ให้แต่ชาวบ้านสัญจรไปมา ถ้าเราไปบอกหรือพูดก็จะโกรธ “นายบรรลือ อาจจะมีอาการเมา แต่ไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่อยากไปสอบถามและบอกแค่นั้น ธรรมดาของความโมโห เขาอยู่เป็นเพื่อนบ้านกันมานาน 20-30 ปีแล้ว พึ่งมาเกิดเรื่องนี้ ก็ให้ค่อยๆ พูดคุยกัน ยอมรับและขอโทษกันก็คงจะจบ เพราะเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน”
Advertisement