Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ผวาซ้ำรอยคดีดัง! ชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจ บุกอุ้ม 3 พนักงานร้านนวดพัทยา

ผวาซ้ำรอยคดีดัง! ชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจ บุกอุ้ม 3 พนักงานร้านนวดพัทยา

3 ส.ค. 69
06:50 น.
แชร์

ผวาซ้ำรอยคดีดัง! ชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจ บุกอุ้มพนักงานร้านนวดพัทยาขังเซฟเฮาส์ ยัดยา-ขู่เป็นสาย รีดเงิน 7,500 บาทแลกอิสรภาพ

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 2 ส.ค. 69 นางภคอร อายุ 36 ปี, นายจักรินทร์ อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นสาว LGBTQ และ น.ส.ปิยดา อายุ 40 ปี ผู้เสียหายทั้ง 3 ราย เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐาน หลังถูกชายฉกรรจ์ 3 คน ก่อเหตุภายในร้านนวดแห่งหนึ่ง ซอยเฉลิมพระเกียรติ 25 พัทยาสาย 3 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

จากภาพวงจรปิดเมื่อเวลา 08.17 น. วันที่ 2 ส.ค. 69 พบชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์สีขาว-น้ำเงิน มาจอดข้างร้าน ก่อนที่ชายสวมเสื้อวินรถจักรยานยนต์สีส้มจะเดินนำเข้าไป ตามด้วยชายรูปร่างสูง สวมเสื้อคลุมสีดำ กางเกงยีนส์ สวมหมวกแก๊ป ถืออุปกรณ์คล้ายกระบองไฟฟ้า และชายอีกคนสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ เสื้อคลุมสีดำแขนยาว

ผู้เสียหายเล่าว่า ชายทั้งสามอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ขอเข้าตรวจค้นหายาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายภายในร้าน ขณะนั้นทุกคนเพิ่งตื่นนอน และอยู่ในอาการตกใจ แม้จะตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ชายกลุ่มดังกล่าวกลับอ้างว่าจะนำตัวไปตรวจสารเสพติด ก่อนบังคับให้ขึ้นรถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุ พาไปยังห้องพักแห่งหนึ่งภายในซอย 12 ชายหาดจอมเทียน ซึ่งถูกเรียกว่าเป็น “เซฟเฮาส์”

เมื่อเดินทางไปถึง ผู้เสียหายอ้างว่า พบอดีตพนักงานหญิงของร้านอยู่ภายในห้องพักดังกล่าว โดยเคยถูกชายกลุ่มเดียวกันควบคุมตัวมาก่อนเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค. และหลังจากนั้นก็ลาออกจากงาน ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าอาจเป็นผู้ให้ข้อมูลกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ 

ผู้เสียหายระบุว่า ชายที่คาดว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มได้พูดคุย ก่อนที่ชายอีกคนจะนำอุปกรณ์เสพยา และยาเสพติดประเภทไอซ์ออกมา พร้อมพยายามบังคับให้ผู้เสียหายเสพยา แต่ทั้งหมดปฏิเสธ ขณะที่ชายกลุ่มดังกล่าวกลับเสพยาเองต่อหน้าผู้เสียหาย 

นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังอ้างว่า กลุ่มชายฉกรรจ์นำยาเสพติดจำนวนหนึ่งออกมาแสดง พร้อมข่มขู่ให้ร่วมทำงานเป็นสายลับ หรือที่เรียกว่า “หมาตำรวจ” โดยให้ไปล่อซื้อ หรือล่อลวงชาวต่างชาติราย 1 พร้อมเปิดภาพชายชาวต่างชาติจากโทรศัพท์มือถือให้ดู หากไม่ยินยอมจะถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด และอาจต้องโทษจำคุกเป็นเวลานาน

เมื่อผู้เสียหายปฏิเสธ กลุ่มผู้ก่อเหตุจึงเปลี่ยนมาเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการปล่อยตัว โดยเรียกคนละ 5,000 บาท ก่อนลดเหลือคนละ 3,000 บาท เนื่องจากผู้เสียหายแจ้งว่าไม่มีเงิน จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุยึดโทรศัพท์มือถือ และบังคับให้ผู้เสียหายโทรศัพท์หาเครือญาติหรือคนรู้จัก เปิดลำโพงให้ได้ยินทุกขั้นตอน เพื่อขอยืมเงินโอนเข้าบัญชีที่กำหนด โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ชื่อ น.ส.ศิรินทิพย์ จำนวน 2 ครั้ง ๆ ละ 3,000 บาท และโอนเข้าบัญชีชื่อ นายคำเพชร อีก 1,500 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,500 บาท

ระหว่างรอการโอนเงิน ผู้เสียหายถูกแยกไปควบคุมไว้ในอีกห้องหนึ่ง ซึ่งมีชายรูปร่างอ้วน ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขายาวสีดำ คอยเฝ้าอยู่ตลอดเวลา ผู้เสียหายยังเปิดเผยอีกว่า ภายหลังโอนเงินครบตามที่ตกลง กลุ่มผู้ก่อเหตุยังไม่ยอมปล่อยตัว พร้อมอ้างว่าจะต้องมีอย่างน้อย 1 คน อยู่ทำงานให้กลุ่มของตน ผู้เสียหายจึงพยายามขอแลกบัญชี LINE ไว้ โดยอ้างว่าจะช่วยหาข้อมูลให้ในอนาคต กระทั่งหนึ่งในผู้ก่อเหตุยอมให้บัญชี LINE 

ต่อมามีการ พิมพ์สนทนากันช่วงเวลาประมาณ 15.27 น. หลังจากที่ถูกปล่อยตัว ในลักษณะว่า หากสามารถหาข้อมูลได้ จะมอบยาเสพติดจำนวน 2 กรัมเป็นค่าตอบแทน

ด้าน นางพัชรี อายุ 50 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุพนักงานทั้ง 3 คน ถูกปล่อยตัวออกมา เล่าให้ฟังว่า ระหว่างถูกควบคุมตัว กลุ่มผู้ก่อเหตุยังสอบถามถึงตนเอง รวมทั้งถามว่าพักอาศัยอยู่คอนโดแห่งใด ทำให้รู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก เพราะเพิ่งเกิดคดีสะเทือนขวัญที่คนร้ายอ้างตัวเป็นตำรวจ ก่อนอุ้มสองพี่น้องชาวรัสเซีย และครอบครัว 3พ่อแม่ลูก ไปก่อเหตุฆาตกรรม จึงเกรงว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอย และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.อิทธิพร ตั้งชูทวีทรัพย์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ติดต่อไปยังชายคนหนึ่งที่ผู้เสียหายระบุว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุ ชื่อไอซ์โดยได้หมายเลขโทรศัพท์มาจากผู้เสียหาย ซึ่งบุคคลดังกล่าวให้การปฏิเสธ อ้างว่าไม่ทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ และถูกชักชวนให้ไปช่วย โดยเชื่อว่าหนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุเป็นตำรวจจริง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นัดหมายให้บุคคลดังกล่าวเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่เมื่อถึงเวลานัดกลับไม่เดินทางมาตามกำหนด ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด เส้นทางการเงิน และคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

แชร์
ผวาซ้ำรอยคดีดัง! ชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจ บุกอุ้ม 3 พนักงานร้านนวดพัทยา