
วันที่ 29 ก.ค.69 นายวรดร ชายผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายพรชัย คงสิริเวทย์ พนักงานเซอร์เวย์บริษัทประกันแห่งหนึ่ง ที่บุกเข้ามาชกภายใน สน.สายไหม เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 28 กรกฎาคม เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ยอมรับว่าเป็นการบันดาลโทสะ เพราะคู่กรณีไม่ยอมออกใบเคลมให้และมีการยึกยัก ทำท่าทีไม่พอใจ หลังที่ตนโทรบอกว่าเกิดอุบัติเหตุขอเคลมประกัน
นายวรดร บอกว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 10 โมง ของเมื่อวานนี้ตนเพิ่งได้ต่อประกันภัยรถยนต์ ประเภท 2+ ผ่านระบบออนไลน์ และจ่ายเงินไป 1,900 บาท ในเดือนแรก ซึ่ง กรมธรรม์ มีผลคุ้มครองทันทีเป็นระยะเวลา 1 ปี
จากนั้นตนออกมาทำธุระ และเกิดอุบัติเหตุในช่วงประมาณ 17.00-18.00 น. โดยตนได้ถอยรถของตนเองออกจากจุดกลับรถและไปเบียดชนท้ายรถคู่กรณี (รถกระบะ) จากนั้นตนก็แจ้งบริษัทประกันให้ส่งพนักงานเซอร์เวย์เข้าตรวจสอบและส่งเคลมตามปกติ
แต่เมื่อพนักงานเซอร์เวย์ เดินทางมาถึง ก็ได้ถ่ายภาพรถทั้ง 2 คัน ขอเอกสาร และใบขับขี่ของทั้ง 2 ฝ่ายตามขั้นตอน แต่กลับไม่ออกใบเคลมประกันให้ และพนักงานเซอร์เวย์ ยังได้คุยโทรศัพท์กับใครสักคน คาดว่าเป็นหัวหน้างาน ประมาณ 5 นาที ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นขึงขัง ยึกยัก และดึงเวลา พร้อมกับถามกลับว่า“ชนจริงหรือเปล่า” และสงสัยตนเองว่า เหตุใดเพิ่งทำประกันในช่วงเช้า แล้วกลับเกิดอุบัติเหตุในช่วงเย็น เป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งตนยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุจริง และมีภาพถ่ายความเสียหายยืนยันได้
นายวรดร ขอไปคุยกับหัวหน้าของพนักงานเซอร์เวย์ แต่ถูกปฎิเสธ จากนั้นพนักงานก็ขับรถออกไป ซึ่งตอนนั้นตนเองก็โทรไปผ่านคอลเซนเตอร์เพื่อแจ้งสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งปลายสายก็บอกว่าให้พนักงานเซอร์เวย์หน้างานดำเนินการ และ หลังจากที่พนักงานเซอร์เวย์ ขับรถออกไปตนได้โทรศัพท์ไปสอบถามก็ตอบมาเพียงว่าให้ให้มาเจอกันที่ สน.สายไหม
นายวรดร ยอมรับว่า ตอนนั้นรู้สึกโมโหแล้ว จึงขับรถตามมาที่ สน.สายไหม เมื่อมาถึง ตนก็เดินปรี่เข้าไปต่อยหน้าทันที และพนักงานเซอร์เวย์ได้ถีบตนกลับมาที่ท้อง ก่อนที่ตำรวจจะมาแยก และตนก็เดินทางกลับบ้านทันที และมาทราบภายหลังว่าโดนแจ้งความ ทำร้ายร่างกาย ยอมรับตอนนั้นว่าโมโหจริงๆ
หลังเกิดเหตุ ตนได้ติดต่อบริษัทประกันหลายครั้ง โดยบริษัทให้ส่งภาพความเสียหายของรถผ่านอีเมล และแจ้งว่าจะใช้เวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงประมาณ 15 วัน แต่ยังไม่ได้พูดคุยกับพนักงานเซอร์เวย์คนดังกล่าว หรือ มีใครมาประสานอะไร
เมื่อถามว่าพอเกิดเหตุแบบนี้แล้ว ยังจะต่อประกันภัยกับบริษัทดังกล่าวอีกมั้ย นายวรดร บอกว่า หากเรื่องทั้งหมดสิ้นสุดลง ก็จะยกเลิกใช้บริการบริษัทดังกล่าว เพราะรู้สึกผิดหวังกับการให้บริการ แม้ที่ผ่านมาจะเคยใช้บริษัทนี้มาตลอดหลายปีและไม่เคยมีปัญหา และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนและยังส่งเคลม ส่งซ่อมเร็ว
ขณะที่ถามอีกว่า ทางพนักงานเซอร์เวย์ สงสัยว่าอาจเป็นการทำประกันเพื่อหวังเคลมหรือไม่ นายวรดร ยืนยันว่าไม่มีเจตนาฉ้อโกง และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็น “แผลใหม่” ไม่ใช่ แผลเก่า และหากไม่ได้รับความคุ้มครอง ตนก็จะรับผิดชอบค่าซ่อมเอง และมองว่า พนักงานเซอร์เวย์ปฏิบัติหน้าที่เกินขอบเขต
ท้ายที่สุด นายวรดร ยอมรับผิดกับการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้น และขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ต่อมา นายพรชัย พนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุของบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง โดยผู้เสียหาย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.สายไหม พร้อมเล่าเหตุการณ์ว่า ในวันเกิดเหตุ (28 ก.ค. 69) ตน เป็นพนักงานเคลมประกันเข้าตรวจสอบเหตุเฉี่ยวชนในซอยสายไหม 56 โดยผู้เอาประกันขับรถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อมาสด้า สภาพฝั่งด้านหน้าซ้ายแตกหัก เสียหายหนัก ไปเฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมกซ์ ของช่างซ่อมบ้านซึ่งจอดอยู่ใกล้เคียง
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบาดแผล และสภาพร่องรอยการเฉี่ยวชน ตนพบข้อสงสัย และพิสูจน์ทราบเบื้องต้น ร่องรอยบาดแผลไม่สอดคล้องกัน โดยสภาพความเสียหายของรถของผู้เอาประกัน ยี่ห้อมาสด้า พังเสียหายอย่างหนัก แต่รถกระบะของคู่กรณี กลับมีเพียงรอยบุบเล็กน้อยบริเวณท้ายรถฝั่งซ้าย มีฝุ่นเกาะแน่น ไม่มีเศษสีหลุดร่วง หรือร่องรอยการชนใหม่ ซึ่งตนมองว่าไม่สอดคล้องกับลักษณะการเฉี่ยวชนจริงในครั้งนี้ จึงสงสัยว่าอาจเป็นการ "จัดฉาก" หรือนำแผลเก่ามารวบเคลม
อีกทั้ง เงื่อนไขเวลาความคุ้มครองประกันไม่ชัดเจน โดยจากข้อมูลกรมธรรม์ พบว่าผู้เอาประกันภัย เพิ่งทำประกันผ่านระบบออนไลน์ในวันเดียวกัน (28 ก.ค. 69) แต่ไม่ทราบช่วงเวลาที่แน่ชัด ในวันดังกล่าว ผู้เอาประกันแจ้งเหตุช่วงเวลา 18.20 น. แต่เมื่อตนเดินทางไปถึง กลับแจ้งว่า เหตุเกิดจริงคือ 17.00 น. ตนจึงตั้งข้อสงสัย ว่า เวลาเกิดเหตุไม่สอดคล้องกัน
เมื่อตนขอตรวจสอบหลักฐานข้อความยืนยันการทำประกัน เพื่อยืนยันเวลาเริ่มคุ้มครอง หรือขอให้ผู้เอาประกันแสดงเวลาซื้อประกันภัยในระบบออนไลน์ แต่ทางฝ่ายผู้เอาประกันปฏิเสธที่จะให้หลักฐาน และเริ่มแสดงท่าทีไม่พอใจ ข่มขู่ ด่าทอด้วยคำหยาบคาย และพยายามจะทำร้ายร่างกายตนเองตั้งแต่ในที่เกิดเหตุแล้ว ซึ่งตนมีคลิปเสียงและคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ในที่เกิดเหตุเป็นหลักฐานทั้งหมด
นายพรชัย ยังบอกอีกว่า เนื่องจากเมื่อวานนี้เป็นวันหยุด ไม่สามารถประสานงานตรวจสอบเวลาออกกรมธรรม์ที่แน่นอนจากระบบหลังบ้านได้ พนักงานประกันภัย จึงอำนวยความสะดวกด้วยการเชิญให้ผู้เอาประกันภัย และคู่กรณีเดินทางมายัง สน.สายไหม เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อน และออกเอกสารใบติดต่อรอการตรวจสอบคุ้มครองตามขั้นตอนบริษัท โดยขณะที่ตนนั่งรออยู่ที่ สน.สายไหม ผู้เอาประกันภัย ซึ่งเป็นคู่กรณีได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาตน ขณะนั้นตนได้บอกว่าให้มาพบกันที่ สน.สายไหม แต่ปรากฏว่าคู่กรณีแจ้งว่า ไม่มา อีกทั้งยังต่อว่าเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของตน พร้อมทิ้งท้ายด้วยการด่าคำหยาบ
ในระหว่างที่ตนกำลังยืนคุยกับพนักงานสอบสวน ปรากฏว่า คู่กรณีได้เดินทางมาที่ สน.สายไหม จากนั้น ก็ปรี่เข้ามาทำร้ายร่างกายตนทันที โดยชกเข้าที่บริเวณใบหน้า และศีรษะของตน โดยไม่ฟังคำอธิบายใดๆ ส่วนที่คู่กรณีอ้างว่า ตนได้เตะกลับไปที่หน้าท้องของคู่กรณีนั้น ยืนยันว่า ไม่ได้เตะแน่นอน
นายพรชัย ยังยืนยันว่า ระหว่างทำหน้าที่พูดจาสุภาพ และมีคลิปเสียงบันทึกเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด ส่วนตัวทำงานในตำแหน่งดังกล่าวมานานกว่า 3 ปี ที่บริษัทแห่งนี้ แต่อยู่ในวงการประกันภัยมากว่า 20 ปีแล้ว จึงทำให้มีความชำนาญในการตรวจสอบร่องรอยบาดแผลอุบัติเหตุต่างๆ
"ผมปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบบริษัทอย่างถูกต้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ความถูกต้อง ไม่ได้ปฏิเสธการเคลม แต่ต้องการตรวจสอบเวลาคุ้มครองให้ชัดเจนก่อน การเป็นพนักงานบริการ ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าจะทำอะไรกับเราก็ได้ เหตุการณ์นี้เขาไม่มีวุฒิภาวะ ไม่ฟังเหตุผล ถึงแม้ผู้ก่อเหตุ หรือญาติจะขอโทษ หรือเสนอชดใช้ค่ารักษาพยาบาล ผมจะไม่ยอมความ และจะดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้กับพนักงานคนอื่นอีก"
Advertisement