
พลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลปฏิบัติการ "พิทักษ์เชียงใหม่ทลายเครือข่ายนอมินี เฟส 5" ที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยพลตำรวจโท นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโทกฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้แทนจากกรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังสนธิกำลังกว่า 250 นาย เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้น 18 จุด ใน 31 คดี ทั่วจังหวัดเชียงใหม่ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 633 ล้านบาท
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ หมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งในตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ หลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพบว่า มีชาวต่างชาติซื้อบ้านและจัดตั้งบริษัทภายในหมู่บ้านรวม 23 หลัง โดยพบ บ้าน 4 หลัง ที่ใช้คนขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน และแม่บ้านเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทน หรือเข้าข่ายเป็นนอมินี
นอกจากนี้ยังพบ ผู้ต้องขังในเรือนจำ 1 ราย มีชื่อถือครองบ้านถึง 2 หลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง สำหรับผลการสืบสวนภาพรวม พบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีบริษัทจดทะเบียน 33,144 บริษัท ในจำนวนนี้มีบริษัทที่มีชาวต่างชาติเกี่ยวข้อง 4,741 บริษัท ก่อนคัดกรองและสืบสวนเชิงลึก พบบริษัทเข้าข่ายนอมินี 16 บริษัท รับคำร้องทุกข์แล้ว 14 คดี แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหา 8 ราย ศาลอนุมัติหมายจับ 22 หมายจับ และจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย พร้อมเดินหน้าขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมาย
ด้านนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่าจังหวัดจะตั้งคณะกรรมการสืบสวนเพื่อตรวจสอบบริษัทที่เข้าข่ายกระทำผิดอย่างละเอียด หากพบการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนบริษัท พร้อมยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ได้มาจากการประกอบกิจการโดยมิชอบ เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนผิดกฎหมายใช้จังหวัดเชียงใหม่เป็นฐานดำเนินธุรกิจอีกต่อไป
Advertisement