
วันที่ 16 ก.ค.2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศดำเนินมาตรการ “เอกซเรย์ ระดม กวาดล้าง” ชาวต่างชาติที่ลักลอบทำงานผิดกฎหมายและอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มข้น
ด้าน พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.แมน รถทอง ผู้กำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อม พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ รักษา รองผู้กำกับการสืบสวน ลงพื้นที่เมืองพัทยา หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า มีกลุ่มชายชาวเอเชียใต้ โดยเฉพาะชาวอินเดีย แต่งกายคล้ายนักบวชหรือโพกศีรษะ เดินเข้าหานักท่องเที่ยวตามชายหาด ร้านอาหาร และร้านกาแฟ ก่อนอ้างว่าผู้ถูกทักมีเคราะห์ร้ายหรือดวงตก เพื่อชักชวนดูดวงและประกอบพิธีสะเดาะเคราะห์แลกกับค่าตอบแทน
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวมักใช้วิธียัดเยียดสิ่งของมงคล เช่น ด้ายแดง ผ้ายันต์ หรือเขียนตัวเลขนำโชคลงบนกระดาษ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนเรียกเก็บ “ค่าครู” ตั้งแต่ 199 บาท และเสนอให้ทำพิธีแก้กรรมเพิ่มเติมในราคาหลักพันบาท หากผู้ถูกทักปฏิเสธ บางรายมีพฤติกรรมกดดันหรือข่มขู่จนยอมจ่ายเงิน
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.20 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวเข้าตรวจสอบร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา พบชายชาวอินเดีย ทราบชื่อ Mr. SINGH อายุ 36 ปี กำลังให้บริการดูลายมือ ดูใบหน้า และทำนายโชคชะตาแก่นักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตการณ์และบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนแสดงตัวเข้าตรวจสอบหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงาน
ผลการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาไม่มีใบอนุญาตทำงาน ขณะที่นักท่องเที่ยวซึ่งใช้บริการให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหาเข้ามาทักว่าตนมีเคราะห์ร้าย ก่อนดูดวงและเรียกเก็บค่าครูคนละ 199 บาท ซึ่งทั้งสองคนได้โอนเงินให้คนละ 200 บาท จากนั้นผู้ต้องหายังเสนอให้ทำพิธีแก้กรรม โดยเรียกเงินเพิ่มเติมอีก 1,900 บาท แต่ผู้เสียหายปฏิเสธเนื่องจากไม่มีเงิน
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา เป็นคนต่างด้าวประกอบอาชีพหรือทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และ เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ประกอบอาชีพดูดวงจริง
กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนและนักท่องเที่ยว หากพบผู้แปลกหน้ามาทักว่ามีเคราะห์ร้าย ชักชวนทำพิธีสะเดาะเคราะห์ หรือเรียกรับเงินเพื่อแก้กรรม ควรหลีกเลี่ยงและไม่หลงเชื่อ พร้อมแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง.
Advertisement