
วันที่ 23 เมษายน 2569 นายทศพร คล้ายจินดา 30 ปี ลูกชายเจ้าอาวาสวัดสนามไชย เดินทางมาที่วัดสนามไชย ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมาสอบถามข้อมูลจากพระสงฆ์ คณะกรรมการวัด ติดตามความคืบหน้าของการหายตัวไปของหลวงพ่อ หรือ พระครูปลัดสมบัติ
นายทศพร เปิดเผยว่า ติดตามข่าวมาโดยตลอดนับตั้งแต่วันที่หลวงพ่อขาดการติดต่อไป ครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันตนเองได้มาหาหลวงพ่อที่วัดเมื่อวันที่ 12 เมษายน มากราบท่านมาหามาเยี่ยม ปกติท่านมักจะโทรชวนให้มาที่วัดบ่อยๆช่วงวันหยุด แต่ตนเองทำงานทุกวันไม่สะดวกที่จะมา แต่จะคุยกันเป็นประจำมีการโทรผ่านแอปพลิเคชั่น LINE ทุกวัน ไม่เคยบ่นหรือพูดถึงเรื่องปัญหาอะไรให้ฟัง
นับแต่วันที่หลวงพ่อหายไปตนเองทราบข่าวเมื่อวันที่ 19 เมษายนทางวัดโทรไปแจ้งและสอบถามถามว่า หลวงพ่อติดต่อมาบ้างหรือไม่ ซึ่งหลวพ่อ ไม่ได้ติดต่อกับตนเองเลย หลังจากหายตัวไปตนเองทำได้แค่เพียงติดตามจากข่าว และสอบถาม ต้องทำงานทุกวันไม่สามารถลางานได้ ไม่สะดวกที่จะเดินทางไปติดตามตามสถานที่ต่างๆ
จนล่าสุดเมื่อคืนนี้เห็นภาพวงจรปิดที่หลวงพ่อเดินตามถนนในพื้นที่ของจังหวัดตาก วันนี้จึงเดินทางมาที่วัดติดตามความคืบหน้า ส่วนตัวตนเองเชื่อว่าหลวงพ่อน่าจะมีปัญหาหรือความเครียดในเรื่องของการบริหารจัดการ บัญชีเงินของวัด เพราะว่าทุกวันนี้มีกฎระเบียบออกมาใหม่ จึงปรับตัวไม่ทัน ไม่สะดวกในการที่จะจัดทำบัญชี ให้ถูกต้องตามระเบียบที่มีการออกมาใหม่
หากหลวงพ่อดูข่าวอยู่ อยากจะบอกว่ามีปัญหาอะไรก็ขอให้กลับมาถ้าไม่อยากอยู่ในทางธรรมแล้วก็ให้กลับมาสึกเพื่อกลับมาใช้ชีวิตทางโลกปกติ เพราะท่านเหนื่อยมามากแล้ว
ด้าน นายชัชชัย กิตติชัย หรือ “ชัช ตลาดไท” นักธุรกิจตลาดนัดและจิตอาสากู้ภัย เปิดเผยว่าตนเอง ติดตามข่าวการหายตัวไปของเจ้าอาวาส วัดสนามไชย มาโดยตลอด เพราะตนเองเคยมาทำงานและปฏิบัติหน้าที่กู้ภัยต่างๆที่วัดมีความคุ้นเคยกับท่านเจ้าอาวาสรวมถึงตนเองประกอบธุรกิจตลาดตลาดนัดซึ่งอยู่ใกล้กับวัดด้วย จึงมีความเป็นห่วงหลวงพ่อเจ้าอาวาสอย่างมาก
ส่วนตัวได้ประสาน กลุ่มจิตอาสา กลุ่มกู้ภัยในพื้นที่จังหวัดตาก-พิษณุโลก หรือจังหวัดภาคเหนือ ให้ช่วยกันสืบหาข้อมูลและติดตาม หาท่านเจ้าอาวาส พร้อม ตั้งรางวัลเงินสดจำนวน 30,000 บาทให้กับใครที่สามารถให้ข้อมูลและนำพาไปสู่การพบตัวท่านเจ้าอาวาสได้
Advertisement