
ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ ฆาตกรรมสุดสลด นายจีราวัฒน์ รัตนาวิมาน หรือ เอก อายุ 59 ปี เจ้าของร้านตัดผมแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี พร้อมภรรยา 2 คน ก่อเหตุใช้สากกะเบือทุบหัว นายฐิติ อายุ 26 ปี เสียชีวิตคาร้านตัดผม ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ล่าสุดวันนี้ (18 เม.ย. 69) เวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดใจจาก นายสถาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี พ่อของ น.ส.ปลา (นามสมมติ) อายุ 15 ปี พยานสำคัญที่อยู่ในเหตุการณ์ และเป็นผู้ถ่ายคลิปหลักฐานสำคัญในคดี
นายสถาพร เปิดเผยว่า หลังจากลูกสาวเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังว่า เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 16.30 น. ผู้เสียชีวิตขี่รถมาจอดหน้าร้าน ก่อนเดินเข้าไปบริเวณกลางร้าน จากนั้นนายเอกผู้ก่อเหตุได้เข้ามาลากคอผู้เสียชีวิตเข้าไปด้านหลังร้าน ก่อนจะเริ่มมีการชกต่อยกัน ต่อมาได้มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาทางด้านหลังของผู้เสียชีวิต และลงมือทำร้ายจนล้มลง ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายตามคลิปเสียง โดยผู้เสียชีวิตร้องขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนหมดแรง
ลูกสาวของตนเล่าว่า หลังจากผู้เสียชีวิตแน่นิ่งแล้ว กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนยังคงรุมทำร้ายต่อ พร้อมมีเสียงพูดในลักษณะว่าจะเอาให้ถึงตาย โดยใช้อุปกรณ์เหล็กของนั่งร้านลักษณะเป็นรูปตัว X รุมตีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกสาวซึ่งมีอายุเพียง 15 ปี ตกใจอย่างมาก จนต้องถอยออกมานั่งบริเวณโซฟาหน้าร้าน แต่ยังคงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
นายสถาพร ยังกล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุ มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาบอกลูกสาวของตนว่า ไม่ให้ไปให้ปากคำกับใคร หากมีนักข่าวหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบถามก็ไม่ต้องตอบ ตนมองว่าเป็นการข่มขู่เด็ก อีกทั้งยังพยายามสร้างเรื่องว่าผู้เสียชีวิตจะเข้ามายืมเงินแล้วไม่ได้จึงเกิดเหตุทำร้ายเพื่อป้องกันตัว
ในประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่าผู้เสียชีวิตถือมีดนั้น นายสถาพร ยืนยันจากคำบอกเล่าของลูกสาวว่า ภาพสุดท้ายที่เห็นคือผู้เสียชีวิตนอนหงาย ไม่ได้ถือมีดแต่อย่างใด และตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านก็ไม่เห็นว่ามีอาวุธติดตัว
นายสถาพร กล่าวต่อว่า ตนพอรู้จักผู้ก่อเหตุ เนื่องจากเป็นร้านตัดผมในละแวกบ้าน และเคยไปนั่งรอตัดผม จึงเห็นว่าผู้ก่อเหตุมีภรรยาหลายคน โดยมักเดินตามอยู่ใกล้ชิด ส่วนลูกสาวของตนก็มาใช้บริการร้านนี้เป็นประจำ เพราะแม่เป็นลูกค้าประจำเช่นกัน โดยวันเกิดเหตุแม่ได้พาลูกไปส่งที่ร้าน แต่ตนไม่ทราบว่าลูกอยู่ในร้าน กระทั่งลูกส่งข้อความและคลิปมาให้จึงรู้ว่าอยู่ในเหตุการณ์ ตนมองว่าการกระทำลักษณะนี้เกินความเป็นมนุษย์ เป็นการรุมทำร้าย 3 ต่อ 1 อย่างโหดเหี้ยม ทั้งที่ผู้เสียชีวิตร้องขอชีวิต รู้สึกสะเทือนใจมาก แถมยังตอแหลพูดความจริง ไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย และยืนยันว่าจะต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้ถึงที่สุด
นอกจากนี้ ตนยังตั้งข้อสังเกตถึงคำให้ข่าวของฝั่งผู้ก่อเหตุที่กล่าวอ้างว่าผู้เสียชีวิตติดยาและมาขอยืมเงินว่าไม่เป็นความจริง เพราะผู้เสียชีวิตมีเพื่อนฝูง และฐานะที่ไม่จำเป็นต้องไปยืมเงินใคร อีกทั้งมองว่าประเด็นเรื่องโทรศัพท์อาจเป็นเพียงข้ออ้างในการล่อผู้เสียชีวิตมาที่ร้าน และเชื่อว่าเป็นการวางแผนมาก่อน โดยมีปมความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหญิงรายหนึ่งชื่อ “เกด”
นอกจากนี้ย้อนไปเมื่อหลายปีมาแล้วตัวของนายเอกก็เคยมีปัญหากับคู่กรณีรายอื่นโดยมีการแทงกันในร้านลักษณะนี้เช่นเดียวกัน แต่ตัวเค้าเป็นคนบาดเจ็บจากอาวุธมีด เพราะสู้ไม่ได้ คาดว่าเป็นเรื่องชู้สาวเช่นเดียวกัน โดยเหตุการณ์นั้นนายเอกได้เรียกค่าเสียหายกับฝ่ายตรงข้ามแล้วได้เงินไปจำนวนหนึ่ง
นายสถาพร ยังกล่าวอีกว่า หากลูกสาวของตนไม่ได้ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน รูปคดีอาจถูกบิดเบือนไปอีกทางตามคำกล่าวอ้างของผู้ก่อเหตุ ถือเป็นโชคดีที่มีหลักฐานชัดเจน และลูกสาวของตนไม่ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์
ขณะที่ นายธนโชติ หรือ “ตูน” อายุ 26 ปี เพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต ได้นำแชตเฟซบุ๊กและข้อมูลการติดต่อครั้งสุดท้ายมาเปิดเผย รวมถึงบาดแผลของผู้เสียชีวิตที่มีร่องรอยลักษณะคล้ายถูกมีดแทง ซึ่งต่างจากคำให้การของผู้ต้องหา โดยระบุว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้บ่นให้ฟังว่าถูกอีกฝ่ายตามราวี ทั้งที่ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวด้วย โดยเป็นการติดต่อประสานมาจากลูกค้าตัดผมที่รู้จักตนแล้วฝากมาบอกว่าให้เข้าไปเอาโทรศัพท์ที่ “เกด” ฝากไว้
นายตูน เล่าว่า เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 69 ตนได้พาผู้เสียชีวิตไปที่ร้านดังกล่าว และได้พูดคุยกับนายเอก ซึ่งแจ้งว่าร้านปิดให้มาหลังสงกรานต์ จึงแยกย้ายกันไป กระทั่งวันเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตโทรหาตนในช่วงเช้า แต่ตนไม่ได้รับสาย และเมื่อโทรกลับในช่วงเย็น ผู้เสียชีวิตบอกว่าจะมาหา ก่อนจะขาดการติดต่อไปตามแชต เวลาประมาณ 16.19 น. ที่ตนทักไปว่า “อยู่ไหนอะ” จากนั้นเขาก็ไม่ตอบอีกเลย หากว่าตอนนั้นตนรับสาย หรือเพื่อนตอบ ตนคิดว่าคงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะตนก็คงจะต้องไปกับเพื่อนพร้อมกัน
ส่วนในเรื่องความสัมพันธ์ นายตูน ระบุว่า ไม่แน่ชัดว่าผู้เสียชีวิตคบหากับ “เกด” ก่อนหน้านี้หรือไม่ แต่ฝ่ายหญิงมักไปหาเพื่อนตนในช่วงเวลากลางคืนเป็นประจำ ก่อนจะแยกย้ายกันตามปกติ ซึ่งทั้งสองคนนั้นไม่ได้ติดต่อกันนานมากกว่า 1 ปีแล้ว ส่วนจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ เท่าที่ที่ตนทราบมาทางด้านนายตี๋ เพื่อนของตนเป็นลูกค้าประจำที่ร้านตัดผม คงมีโอกาสเจอ น.ส.เกด ที่ร้าน และคงแลกการติดต่อกันส่วนตัวจึงมีการพูดคุยกัน ส่วนรายละเอียดที่เริ่มคุยกันตอนไหนตนไม่ทราบ
นายตูน กล่าวด้วยความสะเทือนใจว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรุนแรงเกินไป ผู้เสียชีวิตไม่ใช่คนสู้คน และมีการร้องขอชีวิต แต่กลับถูกทำร้ายซ้ำโดยไม่มีใครช่วยห้าม ทั้งที่มีผู้ก่อเหตุถึง 3 คน ตนมองว่าเป็นการกระทำที่โหดร้ายเกินไป ส่วนเย็นวันนี้และครอบครัวของเพื่อนจะนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดบางพัง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
Advertisement